“สามเกลอ” โดย ป.อินทรปาลิต

มีใครรู้จักป.อินทรปาลิตบ้าง

อบ.รู้จักครั้งแรกจากการอ่านหนังสือมือสองตอนอายุสัก 13-14 ปี ตอนนั้นเจอ “สามเกลอ” ที่ตลาดนัดขายของเก่าคลองถม ไม่รู้หรอกว่าเกี่ยวกับอะไร

อ่านเล่มแรกแล้ว หัวเราะไม่หยุด ทั้งตื่นเต้น ทั้งดราม่า ไม่เคยได้รับอรรถรสจากการอ่านแบบนี้มาก่อน เจอสามเกลอเข้าไปติดกับจนหลังจากนั้นจะไปคลองถมทุกอาทิตย์กลางคืนเพื่อคุ้ยหา “สามเกลอ” ตามกองหนังสือเก่าๆพร้อมไฟฉายในมือ ได้มาเล่มละสามบาทมั่ง ห้าบาทมั่ง วันไหนเจอหลายเล่มหน่อย จะเอ็นโดรฟินหลั่งเป็นพิเศษ กลับมานอนอ่านสบายใจเฉิบ

“สามเกลอ” ของ ป.อินทรปาลิต เป็นชุดเรื่องสั้นยาวเป็นพันๆตอนตามที่นักเขียนจะทะยอยพิมพ์ออกมาในช่วงนั้น ตัวละครหลักคือมหาเศรษฐีสามคนชื่อ พล (สุดหล่อแต่เจ้าชู้ระเบิดระเบ้อ) นิกร (ทะเล้น ลิเก) กิมหงวน (เจ้าสัวที่ชอบเลือดขึ้นหน้า)

แต่ละตอนจะ improvise อิงตามเหตุการณ์ในสังคมยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นสงครามโลก (ตัวละครก็จะกลายเป็นทหารไปรบด้วย เป็น adventure สงครามไป) ผีแม่นาคพระโขนงกำลังฮิต คนนิยมไปเรียนเมืองนอก (และกลับมามักจะ ‘กระแดะ’ พูดไทยไม่ชัดเสียแล้ว – นักเขียนชอบขยี้ปมนี้บ่อยๆ ทำให้เห็นภาพลักษณ์ stereotype ของนักเรียนนอกในยุคนั้น) แฟรงเกนสไตน์ (อิงตามหนังฝรั่งที่กำลังฉายในเมืองไทยในขณะนั้น) รถเก๋งคาดิลแลคควบด้วยความเร็วสูง 40 กม.ต่อชม.ไปยังย่านอาบอบนวดแถวแฮ้ปปี้ฮอลล์ (นั่นคือเร็วมากแล้วสำหรับรถยุคนั้น?) ตอนผีหลอก ฯลฯ

มีอยู่ตอนนึงที่สะดุดเป็นพิเศษ คือตอน “รัฐนิยม” ที่นักเขียนผูกความเป็นไทยในยุคนั้นคือ ยุคจอมพลป.พิบูลสงคราม แทรกไว้ในทัศนคติของตัวละครแทบจะทุกอณู ไม่ว่าจะเป็นความรักชาติ มารยาทแบบไทยๆ การสนับสนุนของทำในไทยและเลิกใช้ของนอกตามสโลแกน “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ” 

ทำให้เราเข้าใจสภาพสังคมในยุคนั้นเลยอ่ะ 

จะว่าไป ป.อินทรปาลิตเป็นนักเขียนที่เก่งมาก เรื่อง “เสือใบ” และ “เสือดำ” ของเขาป๊อบมากในช่วงนั้นจนมีจำนวนโจรเพิ่มขึ้นเพราะอยากเท่ห์อย่างเสือใบ/ดำมั่ง นักเขียนเล่าในหนังสืออัตชีวประวัติของเขาว่าถึงกับเคยโดนตำรวจ (นักเขียนชอบเรียกว่า ‘ปูลิส’) เรียกมาคุยเพื่อปรับทัศนคติ 5555 บอกให้เขียนดีๆหน่อยเซ่ ปั้ดโธ่!  อย่าให้โจรมันเท่ห์นัก… คุ้นๆป่ะ 

นอกจากตอนสั้นแล้ว ป.อินทรปาลิตยังเขียนตอนยาวออกมาหลายตอนด้วย ขอบอกว่าสนุกสุดใจ เป็นตอนสามเกลอผจญภัยใต้ทะเลมั่ง หาเกาะมหาสมบัติสู้กับโจรสลัดมั่ง ออกรบในสงครามบ้าง เข้าป่าเจอชาวป่า พระแม่อุมา เสือสมิง ฯลฯ อารมณ์โดเรม่อนเน้นตอนสั้นแต่พอออกตอนยาวมาทีนี่ฮุก!!

สนุกเว่อร์วัง ฮา เศร้ารักโศก (บทจะเศร้า ก็น้ำตาอาบแก้มเลยค่ะ) ตื่นเต้น ระคนกับไป 

นี่แหละ หนังสือชุดนี้ที่หล่อหลอมความ “ติงต๊อง” ในตัวอาบันมาตั้งแต่เด็ก สารภาพเลยว่าได้ความต๊องส่วนใหญ่มาจากสามเกลอ

วันนี้เลยขอรำลึกถึงนักเขียนในดวงใจคนนี้ด้วยนะคะ “ป.อินทรปาลิต”

[รีวิวหนัง] Get Out หนังระทึกขวัญที่มาแรงแซงโค้ง

ช่วงสงกรานต์นี้ใครไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนไกลๆแล้วกำลังมองหากิจกรรมทำในห้างเย็นๆ อาบันขอเสนอให้ไปดูหนังเรื่อง Get Out ค่ะ สนุกมว๊ากกก เสียดสี ตลก น่ากลัว ชวนคิด ลุ้นระทึก ปริศนา ลึกลับ เป็นม้ามืดที่บันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะทำได้ดีขนาดนี้

ดีขนาดที่ว่านักวิจารณ์เมืองนอกส่วนมากกล่าวขวัญกันเลย

ใครดูแล้วมาอ่านและฟังรีวิวหนังที่อาบันและพี่แทนไทแห่งเพจ MovieCast ทำได้นะคะ ขอเตือนก่อนว่าสปอยล์แหลกนะตัวเอง

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fmoviecastthailand%2Fposts%2F1888914851323040%3A0&width=500

[รีวิวหนังสือ] ทำไมเราเลี้ยง pig แต่กิน pork

เขียนโดย นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา Chatchapol Book

หนังสือหนาเกือบสองร้อยหน้า แต่อ่านจบในเกือบ 2 ชม. อ่านง่าย ความรู้บึ้ม! คาดว่าต้องกลับมาอ่านทบทวนอีกสักรอบสองรอบ

Screen Shot 2017-04-01 at 5.56.52 PM.png

สรุปประเด็นที่อาบันชอบ

  • หนังสือเล่มนี้แสดงให้การพัฒนา เปลี่ยนแปลง ดัดแปลง ลดทอน (simplify) คำศัพท์ภาษาอังกฤษ หรือการทำให้ซับซ้อนขึ้นโดยกลุ่มคนชนชาติต่างๆด้วยเหตุผลมากมาย เช่น ชาตินิยม ไม่ต้องการสะกดให้เหมือนใครหรือว่าสะกดแบบนี้มันไฮโซกว่านะ –> ชอบที่ชาตินิยมเข้าไปมีอิทธิพลแม้กระทั่งกับวิธีการสะกดคำว่าต้องไม่เหมือนชาติคู่อริ! เอาซี้!
  • การออกเสียงเพี้ยน – เพี้ยนตามการออกเสียงจากชาวต่างชาติ เช่นชาวอังกฤษออกเสียงเพี้ยนให้เหมือนชาวฝรั่งเศส หรือว่าเลือกใช้คำที่มีรากจากทางฝรั่งเศสเพราะกษัตริย์อังกฤษมีเชื้อสายมาจากฝรั่งเศส เช่นเดียวกับยุคที่ชอบใช้คำที่มีรากจากเยอรมันเพราะกษัตริย์มีเชื้อสายจากเผ่าในเยอรมัน
  • คำศัพท์ที่เราใช้ไม่ตายตัว มีชีวิตและเปลี่ยนแปลงไปได้ทุกขณะเพื่อรับใช้มนุษย์ให้สามารถสื่อสารกันได้
  • คำศัพท์ที่เราใช้จนชินปากทุกวัน หากคลี่ออกมาดู จะเห็นจากทั้งมิติประวัติศาสตร์และข้อมูลที่แฝงอยู่
  • หนังสือพี่เอ้ว ไม่ได้เล่าแค่ด้านภาษาศาสตร์ (เช่น การออกเสียง การสะกด ความหมาย ที่มา) แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของประวัติศาสตร์และสภาพสังคมในแต่ยุค (สงคราม วิถีชีวิต การกิน การอยู่ ค่านิยม อะไรถือว่าเป็นสิ่งโก้หรู อะไรถือว่าเป็นของชนชั้นต่ำ การแบ่งชั้นวรรณะ ศาสนา การเมือง อำนาจ) และมิติทางวิทยาศาสตร์ด้วย (เช่น การแพทย์ anatomy การรักษา วิธีรักษาโรคต่างๆในอดีตที่ผูกกับความเชื่อหรือข้อมูลทางวิทยาศาสตร์)
  • โยงให้เห็นรายละเอียดที่ข้ามขอบเขตประเทศและวัฒนธรรมของชาติใดชาติหนึ่ง และทำให้เรารู้สึก humble ถึงตัวตนที่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดและจักรวาล
  • คำบางคำในปัจจุบันมีความหมายโก้หรู แต่แท้ที่จริงแล้วเคยเป็นคำของเกรียน!
  • ที่สำคัญมีลีลาการเขียนได้เหมือนนั่งฟังพี่เอ้วพูดให้ฟังข้างหูเลยค่ะ ภาษาอ่านง่าย สนุกแต่มีสาระเต็มๆ

บ้าโอ้ปป้าสายนักร้องนักแสดงเกาหลีมานานแล้ว คราวนี้ขอสนับสนุนนักวิชาการ นักเขียนและคุณหมอสายโอ้ปป้าบ้างค่ะ หล่อ เท่ห์ ติดดิน ชอบเล่าความรู้ และเป็นอีกหนึ่งนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ไทยที่เราภาคภูมิใจ ขอแวดวงการสื่อสารวิทย์ไทยจงก้าวไกลและเจริญ!


ปล. ขอบคุณหนังสือเล่มนี้ที่ทำให้ติ่งซีรี่งอมแงมอย่างอาบันกลับมาอ่านหนังสือได้นะคะ เมื่อก่อนอ่านหนังสือเยอะมากจน social media และ online series เข้ามาล่อใจอาบันจนเลิกอ่านหนังสือไปนานนนนเลย

พบว่าแรกๆจะอ่านแบบฝืนๆหน่อย เหมือนเครื่องยังไม่ติดเพราะไม่ได้อ่านหนังสือมานาน (อ่านแต่ในออนไลน์) แต่อ่านไปได้สักพักก็ยาวเลยค่ะ เพราะฉะนั้นใครที่อยากกลับมาติดหนังสือก็ไม่ต้องกลัวนะคะ ลองเริ่มอ่านไปแล้วจะลื่นเอง

สังเกตอีกอย่างว่าถ้าได้อ่านหนังสือก่อนนอน จะหลับสบายขึ้นล่ะ ถ้าเทียบกับเล่นมือถือก่อนนอน แสงจากมือถือทำให้ตาสว่างเกินจนไม่หลับไม่นอน แถมการที่เฟี้ยวฟ้าวสลับไปดูคลิปนู้นคลิปนี้หรือเพจนั้นเพจนี้ทำให้สมาธิเราสั้นลง กระวนกระวายขึ้น

อ่านหนังสือแล้วรู้สึกสมาธิดิ่งนิ่งขึ้นเยอะเลย ถึงเวลาจะง่วงเองและหลับสบายเลย ตื่นมาก็คุณภาพชีวิตดีกว่า แถมได้ความรู้ด้วย เอาไปประยุกต์กับชีวิตได้เยอะเลย

ถึงจะยังชอบดูซีรี่อยู่บ้าง แต่เรามาอ่านหนังสือเป็นประจำกันเถอะ


วันที่ 6 เม.ย. เวลาประมาณ 6 โมงเย็น พี่เอ้วชวนอาบันไปร่วมงานเปิดตัวหนังสือพี่เอ้วที่สัปดาห์หนังสือ ศูนย์ประชุมสิริกิติ์นะคะ อยู่ตรงหน้าบูธพี่เอ้ว W22 พอดี เพราะเป็นหนังสือของพี่เอ้วเลยเต็มใจและตื่นเต้นที่จะเป็นพิธีกรสัมภาษณ์พี่เอ้วเลยค่ะ ของเขาดีจริง หนังสือเล่มอื่นๆของพี่เอ้วก็ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย

ใครสนใจพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ทั้งผู้ที่สนใจในด้านภาษาศาสตร์ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์โดยทั่วไป ทั้งกับพี่หมอเอ้ว อาบัน พี่แทน และป๋องแป๋ง (ของปป.จะมาเสาร์อาทิตย์หน้า) มาหาที่บูธน้า

#สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ #ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ #รีวิวหนังสือ #ทำไมเราเลี้ยงpigแต่กินpork

รีวิวหนัง เงือกสาว ปังปัง

stephen-chow-themermaidfilm

เมื่อคืนไปดูหนังเรื่อง เงือกสาว ปังปัง กำกับโดยโจวซิงฉือ ขวัญใจเราวัยเด็กนั่นเอง

1537720

เหนือความคาดหมายนะ ตอนเริ่มหนังมานี่แป๊กๆนิดหน่อย ใจแป้วเลยว่าโทนหนังที่เหลือทั้งเรื่องจะห่วยหรือเปล่า

ดูต่อไปสักพัก ใจชื้นเลยเพราะบทจะปล่อยมุกก็ไม่ยอมรามือ ช่างเป็นมุกที่ยังคงความเป็นเฮียโจวซิงฉือได้เป็นอย่างดี ไอ้พวกตลกหกล้มมีดฟันตกกะได ตลกหน้าตาย ฯลฯ เรียกเสียงหัวเราะจากบันได้ตลอด

แต่บทจะซึ้งขึ้นมา ก็ซึ้งจนต้องกลั้นน้ำตาเล็กๆ ส่วนตัวชอบหนังเรื่องนี้และคิดว่าได้อารมณ์ครบ

พูดถึงนักแสดงบ้าง พระเอกคือใคร (วะ) เล่นใหญ่มาก 5555+ เล่นจนเชื่อ ไม่ได้หล่อเร้าใจแต่ดูแล้วช่างเป็นตัวแทนของเศรษฐีจีนแผ่นดินใหญ่ได้เป็นอย่างดี หนังเรื่องนี้เสียดสีพวกนักธุรกิจรวยเฟ่อร์จนน่าหมั่นไส้ เห็นแล้วอยากถีบ (ฮึบๆ ยื่นกีบหมูออกไประหว่างดูในโรง)

1090008c05361e18303

นางเอกก็แบ๊วใสๆ ทำให้นึกถึง Barbie Hsu สีซีหยวน ที่เคยเป็นนางเอกชื่อ ซานไช่ ในซีรีย์ไต้หวันเรื่องรักใสใสหัวใจสี่ดวงเมื่อ….ดูวิกิก่อนนะ…..15 ปีที่แล้ว!!!!!!!!!!!!!!! (คุณพระ อาบันแก่แล้วจริงๆ ToT) กับซูฉี ผสมกัน ตอนแรกนึกว่าหนังเรื่องนี้พรากผู้เยาว์ ที่แท้นางเอกหน้าเด็กมาก

504620440

นางชนะการคัดเลือกหานักแสดงหน้าใหม่สำหรับหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ และในที่สุดก็ชนะผู้สมัครที่เหลือ 120,000 คน

ไม่สปอยล์อะไรทั้งนั้นค่ะ แต่แค่อยากจะบอกว่าพอดูหนังเรื่องนี้จบ อาบันนึกถึงเทรนด์ที่ตอนนี้ผกก.และนักแสดงทั่วโลกหันมาพูดเรื่องความยั่งยืนของธรรมชาติและภัยจากมนุษย์ที่กระทบต่อโลกแสนสวยของเรามากขึ้น นอกจากนี้ตัวสตีเฟ่น โชวววว (ชื่อฝรั่งของโจวซิงฉือ) เองก็บอกว่าพล็อตเรื่องนี้มาจากนิทานเรื่อง The Little Mermaid แต่เฮียเอามาตีความใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน

บอกเลยว่า CG ไม่เทพ แต่เรื่องนี้เจ๋งอ่ะ ทั้งอบ.กับทท. ก็ชอบนะ ไปดูที่เว็บรีวิวโหด Rottentomatoes ก็ได้คะแนนตั้ง 91% แน่ะ นักวิจารณ์หลายคนก็ชอบพอสมควร

สงกรานต์นี้ใครว่างๆ ก็ไปนั่งดูหนังเบาสมองแต่แฝงสาระในโรงหนังเย็นฉ่ำกันนะคะ