[รีวิวอาหาร] ต้อยก๋วยเตี๋ยวเรือ วัดมะกอก

ใครชอบกินก๋วยเตี๋ยวเรือกันบ้างคะ วันนี้อาบันจะพาไปชิมก๋วยเตี๋ยวเรือร้านเก่าแก่แถวอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิกันค่ะ

[ที่ตั้งร้าน]

ถ้ามาจากทางอนุสาวรีย์ชัย ให้ไปฝั่งรพ.พระมงกุฎซึ่งอยู่ตรงเยื้องๆกับรพ.ราชวิถีค่ะ แถบนั้นจะมีร้านขายยาราคาถูกเยอะแยะเลย — at ต้อยก๋วยเตี๋ยวเรือ ซอยวัดมะกอก. จิ้มดูแผนที่ได้เลยจ้ะ

18451622_1355845861160151_2466851882424501025_o

ปากทางเข้าหน้าตาเป็นอย่างนี้ เป็นทางเข้าวัดอภัยทายาราม แต่คนแถวนั้นเรียกกันว่า “วัดมะกอก” ค่ะ เดินตรงเข้าไปเลย 

18489597_1355845894493481_3816182523207723795_o

ในซอยเป็นแบบนี้ แคบมาก เอารถเข้ามาได้ แต่ลำบากนิดค่ะ

18556571_1355845931160144_5359388923556126621_o

เข้าไปในซอยจะงงๆนิดนึงว่าร้านอยู่ไหน ไม่ต้องงงค่ะ เดินไปจนสุดนั่นแหละ จะพอเห็นพระอุโบสถแบบนี้แสดงว่ามาถูกทางแล้วค่ะ 

18451535_1355845961160141_7819568439054983485_o

นี่ไง! ร้านต้อยก๋วยเตี๋ยวเรือของเรา
ร้านใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย ดูดิบๆ แต่อาบันก็ยังไม่เคยท้องเสียจากที่นี่นะคะ อาหารก็ดูสะอาดดี
 

18527404_1355845991160138_710790549209575767_o

โต๊ะหินกลม ปูผ้าพลาสติกแบบนี้แหละ บรรยากาศมันใช่เลย

18489687_1355846044493466_6008466509606908190_o

มีโต๊ะยาวอีกหลายสิบตัว ขนาดไปตอนบ่ายสาม คนยังเยอะเลย 

18489744_1355846204493450_4822211765085935399_o

ราคาชามละ 15 บาทค่ะ คุ้มนะ เพราะให้เยอะ ดูรูปถัดไปได้
มีทั้งแบบน้ำตก ต้มยำ ต้มจืด แต่อาบันเลือกแบบน้ำตกค่ะ
 

18449267_1355846254493445_989575084022366437_o

ปรุงกันสดๆ 

18518250_1355846301160107_6365781393176461075_o

ขอบอกว่าร้านนี้เด็ดตรงปรุงมาให้เสร็จสรรพแล้ว ไม่ต้องปรุงเพิ่มแล้ว แซ่บมากกกก ใครไม่กินเผ็ดมาก ลองบอกเขาด้วยนะคะ

มีกากหมูเบาๆ น้ำส้มพริกที่หอมมากๆ สงสัยจะเผาหรือปิ้งพริกก่อนด้วย ลูกชิ้นหมูอร่อยดีค่ะ เส้นลวกมากำลังดี น้ำซุปเข้มข้น 

18491552_1355846327826771_8193077479052708864_o

ชามเล็ก มันต้องเบิ้ลจ้ะ 

18588836_1355846357826768_5671882219912031543_o

เขามีแคบหมูกับเกี๊ยวเปล่าทอดขายด้วย 

18556790_1355846387826765_1645061419649248567_o

ผักเคียงอะไรมีครบและเติมได้เรื่อยๆ 

18595189_1355846437826760_6011517495548023815_o

เครื่องปรุงเบสิค แต่เด็ดตรงน้ำส้มค่ะ 

18517999_1355846461160091_5959141057704835564_o

จัดไปสามชามเล็กเบาๆ นึกถึงตอนสาวๆที่เคยแข่งกินกับผู้ชายแล้วชนะด้วยจำนวน 8 ชามจัง > . <

18451491_1355846487826755_8659548728108995541_o

สรุป ร้านนี้อร่อยดีค่ะ รสชาติเด็ด บรรยากาศแบบร้านอาหารข้างถนน ได้อารมณ์ดี ราคาเหมาะสม เด็ดตรงน้ำซุปที่ปรุงมาสำเร็จแล้ว กลมกล่อม จัดจ้าน ให้ผ่านค่ะ

ใครสนก็ไปลองกันได้นะคะ มีร้านไหนชอบก็มาบอกอาบันด้วยค่า

18556492_1355832721161465_6198659694493606355_o

Advertisements

ทำข้าวหน้าไก่กินกันเถอะ ทำง่ายมั่กๆ

อาบันชอบกินข้าวหน้าไก่แบบใส่หน่อไม้ฝอยจัง

เคยทำครั้งแรกเมื่อหลายปีที่แล้ว โดยหาอ่านเอาตามเน็ทนี่แหละ แต่ไปสะดุดกับสูตรของคุณบ่งบ๊งในพันธุ์ทิพย์ Blog คุณบ่งบ๊ง น่ากินมาก คนนี้ทำอะไรก็น่ากินไปหมด อาบันไม่รู้จักตัวจริงนะ แต่แอบชื่นชมอยู่ห่างๆค่า

11705093_10153476399839664_148275114844435436_n
ลองทำครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นใส่ไก่น้อยมากกก 555 แล้วก็ทำตามสูตรที่ไม่มีหน่อไม้ ขอบอกว่ากรีดต้นหอมด้วยนะจ๊ะ เรียนมาตอนประถม 555
11949530_10153598299079664_9210223965711317123_n
ลองทำครั้งที่สอง คราวนี้ไก่มาแล้ว หน่อไม้ก็เพียบ กุนเชียงก็เริ่ด แต่ดันทำน้ำราดน้อยไปอีก มีการพยายามประดิษฐ์ประดอยทำเป็นรูปหมีด้วยอ่ะ

วันนี้เลยทำอีกทีดีกว่า

รู้ไหมคะว่าต้นทุนถูกมาก คือเทียบกับปริมาณและคุณภาพที่ได้แล้ว ถูกกว่ากินในร้านหลายร้านซะอีก คิดต้นทุนต่อจานออกมาแล้วได้ดังนี้ (อาบันทำทีเยอะๆ แบ่งกินได้ 5 จานแบบเปรมปรีดิ์ ปริมาณเยอะแบบในรูปเลยนะคะ)

  • อกไก่ 5 บาท
  • หน่อไม้ฝอย 5 บาท
  • พริกชี้ฟ้าเขียว 1.25 บาท
  • ต้นหอมผักชี 5 บาท
  • ขิงแก่ 1 บาท
  • กระเทียมไทยกลีบใหญ่ 3 บาท
  • ไข่ไก่อารมณ์ดีเบอร์ 0 (ไข่ดาว) 4 บาท
  • ข้าวหอมมะลิผสมธัญพืช 4 บาท
  • ที่เหลือจุกจิก จำราคาไม่ได้ เช่น น้ำมันหอย น้ำมันพืช น้ำมันงา เหล้าจีน แป้งมัน แป้งข้าวโพด ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วหวานดำ พริกไทย เครื่องปรุงรสไก่ (เช่น คนอร์ หรือรสดี หรือใครจะขยันมากๆก็ทำน้ำสต๊อกไก่เองก็ได้ อาบันมิสามารถอ่ะ)
  • รวมแล้วประมาณ 28.25+ บาท (แค่นี้ก็ละเอียดแล้ว อย่าให้ต้องถึงกับรวมค่าอุปกรณ์กับแก๊สเลยเถอะเจ้าพระคุณ)

ส่วนเรื่องรสชาติ อาบันคิดมานานแล้วว่าเวลาทำกับข้าวกินเอง เรามักจะอลุ้มอล่วยกับฝีมือตัวเองมากกว่าไปกินของคนอื่นนะ เหมือนทำเองแล้วมันอร่อยตั้งแต่ตอนยังไม่ได้ชิมแล้วอ่ะ หรือว่าเหนื่อยจากการทำจนกินอะไรก็อร่อยหว่า? … เพราะฉะนั้นเลยไม่มีปัญหาค่ะ กินที่ตัวเองทำได้แน่นอน เอ็นจอยด้วย แต่ยังกระมิดกระเมี้ยนไม่ค่อยกล้าให้คนอื่นชิมเท่าไหร่ ยกเว้นพี่แทน เพราะเขาลิ้นจระเข้ กินอะไรก็ว่าอร่อย ถ้าเขาว่าร้านไหนไม่อร่อยนี่….เรื่องใหญ่เลยนะ แสดงว่าแย่มากจริมๆ

สรุปวิธีทำแบบง่ายๆค่ะ ปรับจากสูตรคนนู้นคนนี้มั่ง เรามั่วเองลงไปมั่ง ได้ดังนี้

  1. แล่อกไก่ หมักด้วยน้ำมันหอย ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วหวานดำ พริกไทย น้ำมันงา รากผักชีสับละเอียดทิ้งไว้อย่างน้อยสัก 30 นาที หรือจะใส่กล่องเก็บในตู้เย็นหมักข้ามคืนก็ได้
  2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน ผัดกระเทียมสับกับขิงแก่หั่นแว่นจนหอมเหลือง ให้ขอบกระเทียมเริ่มเหลืองเข้ม
  3. โยนอกไก่หมักลงไป ผัดจนสุกดี ตอนนี้จะหอมฉุยมากค่า เสียงกระทะฉู่ฉ่า เนื้อไก่จะคลุกกับซอสหมักจนออกสีน้ำตาล
  4. ใส่น้ำสต๊อกไก่ลงไป ต้มจนเดือด สีน้ำซุปจะสวยพอดีเลย
  5. ชิมรสแล้วปรุงตามชอบ ให้ออกเค็มหน่อย แล้วเติมน้ำมันงาอีกนิด เหล้าจีนสักช้อนโต๊ะ
  6. ระหว่างซุปเดือดอีกรอบ ก็เตรียมแป้งข้าวโพดกับแป้งมันผสมน้ำธรรมดา คนจนเข้ากันหมด แล้วค่อยๆเทลงในกระทะทีละนิด คนไปด้วยจนเข้ากันหมด อย่าให้จับตัวเป็นก้อน –> ปริมาณแป้งที่ใส่ อันนี้อาบันใช้เซ้นส์ตัวเองเลยค่ะ ใส่จนน้ำราดมันข้นได้ตามที่ต้องการอ่ะ เคล็ดลับคืออย่าผสมน้ำเกินไป ใส่แค่พอแป้งละลายได้เหลวๆ
  7. ปิดไฟ ราดบนข้าวสวยร้อนๆ โปะไข่ดาวอีกฟอง โรยพริกชี้ฟ้าเขียวหั่นแว่น (ไฮไลท์เลย เมื่อก่อนเราไม่กินด้วยล่ะ พอกินแล้วไม่สามารถกินข้าวหน้าไก่แบบไม่ใส่พริกได้อีกต่อไป มันไม่เผ็ดเลยนะคะ หอมเขียวๆ ตัดเลี่ยนดีมาก) ใส่ผักชีหั่นด้วย คนที่ชอบต้นหอมก็จัดไปค่ะ แตงกงแตงกวาหากชอบก็ใส่ไป (แต่เราไม่ชอบ มันไม่เข้ากันในความรู้สึก)
  8. ที่ลืมคือไรรู้ป่ะ กุนเชียงทอดง่ะ โธ่…ขี้เกียจขี่มอไซค์ออกไปซื้อแล้วด้วย ช่างมันละกัน แต่จริงๆนะ ใส่แล้วอร่อยขึ้นเยอะเลย หวานตัดเค็ม

ทำทีกินได้อีก 4 มื้ออ่ะ คุ้มมะ กินจนฟินและคิดว่าคงต้องเลิกกินข้าวหน้าไก่ไปอีกสักพัก 555 ข้อเสียของการกินคนเดียวไม่แบ่งใครฮ่ะ

17191701_1283849678359770_5783573751520946907_o
จานนี้สดๆร้อนๆวันนี้เลยค่า ไม่พลาดแล้ว ทั้งเนื้อไก่ หน่อไม้และน้ำราดมาเต็มอ่ะ อิ่มจนบัดนี้ แต่พลาดไรรู้ป่ะ (ทำไมมันไม่เคยสมบูรณ์สักกะครั้งฟะ) ลืมกุนเชียงค่า -_-‘

คราวหน้าจะลองดูซิว่าจะลืมอะไรไปอีกหรือเปล่า เฮ้ออออ

ใครมีสูตรพิเศษมาแชร์กันได้นะคะ ส่วนใครที่ยังไม่เคยลอง ก็ลองทำได้เลย ทำจริงๆค่อนข้างง่ายนะคะ พอเตรียมส่วนผสมเสร็จแล้วก็แค่โยนๆลงไปในกระทะทีละส่วนน่ะ เสร็จเฉยเลย

XOXO

AhbunBkk อาบันเอง

พาแม่เที่ยวมรดกโลก กินกุ้งแม่น้ำเผาที่อยุธยา

ช่วงวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา แม่อาบันบอกว่าอยากไปเที่ยวแบบวันเดียว ไปเช้ากลับเย็นค่ะ น้องสาวอาบันเลยเสนอให้ไปกินกุ้งเผากันที่อยุธยากัน พวกเราสามแม่ลูก+พี่แทนเลยขับรถไปเที่ยวเมืองมรดกโลกนี้กัน (พอดีป่าป๊าไม่อยู่ ไปตจว.น่ะ)

ออกจากกรุงเทพประมาณ 9 โมงเช้า ขับรถไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงอยุธยาแล้ว

จุดแรกที่แวะคือศูนย์ศิลปาชีพบางไทร พี่แทนนำชมสวนนกก่อนเลย

20170212_103336

ค่าเข้าตั๋วคนละ 20 บาทค่ะ

20170212_103431

มีแผนผังภายในสวนนกให้ดูด้วย พื้นที่สวนนกไม่ได้ใหญ่มาก

มีนกพอให้ดูพอหอมปากหอมคอ รู้สึกว่าจะมีโซนฟื้นฟูนกที่มีคนเอามาบริจาคด้วย โดยทั่วไปก็มีสภาพสะอาดดีค่ะ แต่แอบรู้สึกว่ากรงนกเล็กไปหน่อย T^T  รูปขวาสุดมีงูเหลือมให้ดูด้วย น่ากลัวอ่ะ

20170212_105130

ส่วนนกเงือกตัวนี้ นอนอาบแดดหลับปุ๋ยเลย ตอนแรกอาบันตกใจนึกว่าตายแล้ว แต่พอดูใกล้ๆแล้วถึงเห็นอกมันกระเพื่อมขึ้นลง แสดงว่ายังหายใจอยู่ พอถามเจ้าหน้าที่ เขาบอกว่าเจ้านกตัวนี้นอนท่านี้มายี่สิบกว่าปีแล้ว สะกิดก็ไม่ตื่น แถมขี้อ้อนมากๆ คนเลี้ยงต้องกล่อมก่อนนอนด้วย

มีสะพานไม้สั้นๆให้เดินเล่นด้วย

20170212_111404

มีนกอยู่บนยอดต้นไม้ด้วย คือนกอะไรน้า ไม่แน่ใจอ่ะ ตัวขาวๆ ตัวใหญ่ๆ อยู่กับเป็นฝูงเลย

**********************

20170212_112510

ต่อไปไปดู วังปลา กันค่ะ ที่นี่แสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดน่ะ ดูฟรีนะ ไม่ต้องจ่ายตังค์แล้ว

20170212_113749

มีป้ายอธิบายพันธุ์ปลาน้ำจืดให้ดูด้วย อยากให้มีข้อมูลเพิ่มเติมจัง

20170212_113819

มากับนักชีวะก็ดีตรงที่มีคนช่วยอธิบายเรื่องปลาให้หม่าม้าฟังด้วยนี่แหละ

20170212_11422520170212_114240

ดูฟองอากาศกับปลาว่ายไปมาแล้วก็เพลินดีนะ รู้สึกเหมือนถูกสะกดจิต เรื่องราววุ่นวายภายนอกก็ปล่อยมันทิ้งเอาไว้แล้วมาดูปลาว่ายน้ำกันเถอะ

**********************

ดูปลาจบแล้วก็ไปศูนย์ศิลปาชีพบางไทรกันต่อ https://www.facebook.com/bangsaiarts/ เขาจะแบ่งหมวดหมู่ช่างฝีมือไว้หลายสิบประเภทเลย นับตั้งแต่ทอผ้า ตัดเสื้อ งานแกะสลักไม้ ทำหัวโขน เป่าแก้ว ลงรัก เซรามิก งานปั้น ฯลฯ ซึ่งเราจะสามารถดูช่างฝีมือสาธิตการทำงานได้ด้วย

หม่าม้าคุยกับคุณป้าทอผ้าใหญ่เลย ที่นี่เป็นการทอผ้าแบบใช้ “กี่ไม้” (“กี่” คืออุปกรณ์ทอผ้า ภาษาอังกฤษเรียกว่า ลูม – loom) แทนการใช้เครื่องจักรทอผ้าแบบสมัยใหม่ ได้ความว่าคุณป้าเรียนวิชาจากอาจารย์ที่นั่งใกล้ๆกันนี่แหละ คุณป้าบอกว่าผ้าผืนที่กำลังทออยู่ (ภาพล่างสุด) จะถวายแด่ราชินี ปกติเวลาทอเสร็จแล้วจะมีคนในวังมารับไปต่อ รายได้ที่ได้รับก็เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่ลำบากอะไร แต่ที่สำคัญที่สุดคือการได้วิชา ท่านเมตตาสอนวิชา ทำให้มีทำกินไปเรื่อยๆ อันนี้คุณป้าบอกมาแบบนี้เองเลยนะคะ ฟังแล้วเข้าใจความสำคัญของศูนย์ศิลปาชีพฯ ขึ้นเลย

หม่าม้าดูการทอผ้าแล้วเลยสนใจอยากไปดูร้านขายสินค้าของทีนี่สักหน่อย เป็นตึกใหญ่โตเลย ข้างในก็มีขายผ้าทอ เสื้อผ้า ฯลฯ นู่นนี่นิดหน่อย เอาจริงๆคืออาบันรู้สึกว่าที่นี่คงไม่ได้ตั้งใจให้เป็นที่ขายของที่ใหญ่ที่สุดของศูนย์ฯล่ะมั้งเพราะของค่อนข้างน้อย เท่าที่อ่านมาจากเว็บ http://www.ayutthaya.org/attractions/ayutthaya_Bangsai02.html ของที่ทำจะมีส่งไปขายตามร้านจิตรลดากับเมืองนอกด้วยค่ะ

20170212_141257

ในระหว่างที่สาวๆช้อปปิ้ง พี่แทนก็ขอตัวมาเดินดูสิ่งมีชีวิตข้างนอกแทนน่ะ สมกับเป็นนักชีวะจริงๆ ได้ข่าวว่าเจอนกฮูกในพุ่มไม้บ้าง แมงมุมบ้าง แมลงอะไรก็ไม่รู้อีกซึ่งเฮียแกถ่ายไว้ด้วยเลนส์จุลทัศน์จิ๋วไว้เรียบร้อยแล้ว 555

**********************

หิวแล้วอ่ะ มาอยุธยาทั้งทีก็ต้องกินของดังคือก๋วยเตี๋ยวเรือป่ะ

ป่ะ

ไปกินร้าน “ก๋วยเตี๋ยวเรือวัดใหญ่” หน้าวัดใหญ่กันค่ะ จิ้มแผนที่ในมือถือเลย “วัดใหญ่ชัยมงคล”

20170212_160410

รสชาติปานกลางสำหรับอาบันนะ ต้องปรุงเพิ่มเองอีกนิดถึงจะจัดจ้านค่ะ เอาจริงๆอาบันชอบรสแบบ “ก๋วยเตี๋ยวเรือท่าสยาม” อ่ะค่ะ 555  ซึ่งหากินได้ง่ายทั่วกรุงเทพฯ 555

20170212_160400

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำไก่ฉีก พี่แทนบอกว่าอันนี้เฉยๆแฮะ

20170212_160333

ก๋วยเตี๋ยวแห้ง น้องสาวบอกว่าหวานไปหน่อย

20170212_160345

ลูกชิ้นปลาลวก น้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บมากกก

20170212_160150

ที่เซอร์ไพรส์คือทอดมันปลากราย! อร่อยจนต้องสั่งเบิ้ลค่ะ ทุกคนในกลุ่มชอบหมดเลย

สรุปแล้วร้านนี้อาบันเฉยๆนะคะ แต่เขาดังมากนะ คนก็เต็มร้านเลย พนักงานบอกว่าบางวันลูกค้าเยอะมากจนต้องปิดทุ่มนึงแทนห้าโมงเย็น

**********************

กินเสร็จแล้วไปเดินชมข้างในวัดใหญ่ชัยมงคลกันหน่อย ร่มรื่น เขียวขจี มีโบราณสถานเก่าแก่ เพลิดเพลินๆ

20170212_163738

20170212_164959

20170212_170527

20170212_170646

อิฐสึกเว้าลงไปแบบนี้เลยค่ะ

ปีนบันไดขึ้นไป ชั้นชันแต่เดินได้ คนมีอายุหน่อยก็น่าจะขึ้นไหวนะคะ

ถึงข้างบนแล้วมองลงมา สวยมากเลย

20170212_170904

20170212_171101

สังเกตพฤติกรรมนักท่องเที่ยวถ่ายรูปหลากหลายสไตล์

20170212_171244

20170212_172102

เรื่องเล็กๆน้อยๆที่เราประทับใจคือการที่มีห้องน้ำสะอาดสะอ้านนี่แหละ มีสบู่ล้างมือให้ด้วย รู้สึกดีสุดๆที่ได้ล้างมือฟอกสบู่ เป็นโรคจิตอ่อนๆของเราเองที่ชอบล้างมือบ่อยๆค่ะ 555 ล้างแล้วฉดฉื่นนนน

20170212_172110

แสงพระอาทิตย์อุ่นๆ

**********************

เสร็จแล้วไปวัดไชยวัฒนารามซึ่งเป็นวัดที่อาบันชอบมากๆเลยค่ะ เคยไปครั้งแรกก็ตอนสมัยมัธยมปลาย จำได้ว่าคุณครูพาไปทัศนศึกษา พวกเราล่องแม่น้ำเจ้าพระยา กิน นอน เรียนบนเรือเก่าที่เคยขนข้าว สนุกมากๆ จำได้ว่ามีครูสอนชีววิทยาไปด้วย ครูให้พวกเราลงไปว่ายน้ำ พายเรือเล่น สักพักพอขึ้นมาก็ให้ตักน้ำมาตรวจวัดปริมาณ fecal matter หรืออุจจาระ….

ผลคือ…อยู่ในระดับสูงค่ะ….

“……”

พวกนักเรียนพากันฮือโวยวายว่าทำไมถึงให้พวกเราลงไปเล่นน้ำก่อนล่ะ แถมยังเผลอกินน้ำเข้าไปด้วย อี๋ แหวะ…
ครูก็ได้หัวเราะชอบใจ ฮืออออ…

จุดหนึ่งที่พวกเราแวะชมคือวัดไชยวัฒนารามแห่งนี้แหละค่ะ

ที่นี่มีเจดีย์ที่ฝังพระอัฐิของเจ้าฟ้ากุ้งด้วย เรื่องมีอยู่ว่าเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์หรือเจ้าฟ้ากุ้งลอบเป็นชู้กับพระมเหสีของพ่อตัวเองคือพระเจ้าบรมโกศ เมื่อถูกจับได้จึงต้องโดนประหารตามกฎ แต่ว่าได้รับการลดโทษลงเหลือปลดฐานะและเฆี่ยน 230 ที อย่างไรก็ตาม เจ้าฟ้ากุ้งโดนเฆี่ยนไปแค่ 180 ทีก็ทนไม่ไหว สิ้นใจไปก่อน (เป็นอาบันคงตายไปตั้งแต่ไม้ที่สามแล้ว เมื่อก่อนเฆี่ยนกันโหดมาก อาบันเคยดูวิดีโอประเทศหนึ่งมีกฎหมายลงโทษพวกข่มขืนโดยการขึงผืดกับไม้ตั้งจากพื้นดิน ถอดกางเกงออกแล้วให้เพชรฆาตเฆี่ยนค่ะ โห แม่ม…เฆี่ยนที ควับบ เฟี้ยว เผียะ… เนื้อก้นแตกเลยอ่ะ เลือดไหลออกมาเลย แถมเนื้อก้นสั่นระริกๆๆๆๆเอง ดูแล้วจินตนาการถึงเหตุการณ์นี้ในอดีตได้เลย ไม่ได้เฆี่ยนกันเบาๆนะ มีการฝึกการตวัดข้อมือหวด เป็นอาชีพที่น่าจะต้องมีการเทรนมาอย่างดี นี่โดนไป 180 ไม้ ทรงพระแข็งแรงมากแล้วจริงๆ น่าสงสารอ่ะ จริงๆมีตำนานว่าเจ้าฟ้ากุ้งจริงๆรักกับเจ้าฟ้าสังวาลมาก่อนโดนถวายตัวให้พระบิดาอีกนะ) พระราชบิดาจึงฝังศพไว้ที่นี่ ส่วนเจ้าฟ้าสังวาลพระมเหสีโดนเฆี่ยน 30 ทีแล้วขังคุก ขังไปได้ 3 วันก็สิ้นใจตามกันไป ศพถูกฝังที่ใกล้ๆกันนี่แหละ 

ตอนนั้นเรือพวกเรามาถึงที่วัดตอนดึกๆ พอได้ฟังเรื่องเล่าแบบนี้แล้วเลยยิ่งกลัวผี (แต่อาบันไม่กลัวนะ สนุกดี) พวกผู้ชายแกล้งฉุดข้อเท้ากันเอง อำว่าเป็นผีมาหลอกมั่งอะไรมั่ง คนโดนแกล้งก็พากันวิ่งหนีกระจายจนครูต้องมาดุว่าให้สำรวมหน่อย  เด็กหนอเด็ก…

16880359_10154993655004664_39091732_o.jpg
20170212_180041

หลังจากม. 4 ก็เคยมาอีกกับพี่แทนและแม่พี่แทนอีกสองสามรอบ ตอนเรียนโทก็เคยชวนเพื่อนๆนั่งรถไฟฟรีจากกรุงเทพมาอยุธยา มาทำวิจัยเรื่องพิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา จำได้ว่าตื่นเต้นกับเครื่องประดับทองที่ขุดเจอ แต่เสียดายที่นอกนั้นยังมีป้ายหรือการอธิบายโบราณวัตถุ (interpretative media) น้อยไปหน่อย ทำให้คนดูแล้วไม่ค่อยเข้าใจเท่าที่ควร ไม่อิน ถ้ารู้เรื่องราวเบื้องหลังของเหล่านี้จะทำให้เราเห็นประวัติศาสตร์และชีวิตของผู้คนในอดีตโลดแล่นในจินตนาการ ซึ่งเป็นวิธีการสร้างความประทับใจและการเรียนรู้ที่ดีมากๆ (active and proactive learning, interactive media) แทนที่จะเห็นแค่ดินหินกระเบื้องแตกหักวางนิ่งๆ แห้งๆ

ไม่รู้ว่าตอนนี้ปรับปรุงไปหรือยัง เสียดายคราวนี้ไม่ได้ไปชมค่ะ

กลับมาเล่าต่อ หลังจากที่ลงจากรถไฟฟรีแล้ว พวกเราก็เช่าจักรยานต่อ ปั่นไปทั่วเมืองเลยค่ะ แวะจุดนู้นจุดนี่โดยมีพี่ชายคนหนึ่งคอยถือแผนที่ดูทางให้พวกเราสาวๆไปด้วย สนุกสุดๆ สนุกจนตกรถไฟเพราะมัวแต่ห่วงกินอยากจะปั่นจักรยานไปกินโรตีสายไหมจนพลาดรอบสุดท้าย พวกเราเลยต้องหาเกสท์เฮ้าส์ถูกๆอยู่ หาเสื้อผ้าที่ไม่พอดีตัวเลยมาใส่ แถมเสื้อที่ใส่อยู่ก็ขี้เกลือจับจากการปั่นทั้งวัน สุดยอดดดดด ประทับใจค่ะ

อ่ะ แถมภาพเก่าเมื่อ 7 ปีที่แล้วที่ไปกับเพื่อนๆ

ตัดกลับมาที่ภาพปัจจุบัน

20170212_18024720170212_180235

20170212_180537

ทำไมมันแตกแยกห่างกันอย่างนี้ล่ะคะ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบมาดูหรือยังนะ น่าเป็นห่วงจัง เหมือนใกล้จะพังเลย

หรือว่าแบบนี้ไม่ถือว่าพัง?

20170212_180616

แสงอาทิตย์ยามเย็นอาบแสงสีส้มฉาบบนอิฐโบราณ สวยขลัง อบอุ่น รู้สึกสงบมากเลยค่ะ อาบันชอบมานั่งที่นี่ตอนพระอาทิตย์กำลังจะตก ดูแม่น้ำไปด้วย รู้สึกดีจัง

ประวัติสั้นๆของที่นี่ ซึ่งชื่อเต็มคือ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ถูกจารึกเป็นมรดกโลกในปี 2534 ทีนี้เวลาคณะกรรมการมรดกโลกตัดสินว่าจะให้ที่ไหนเป็นมรดกโลก ก็ต้องดูว่าที่นั่นตรงกับเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งของมรดกโลกหรือเปล่า ซึ่งมันมีทั้งหมด 10 หลักเกณฑ์ค่ะ (วันหลังหากมีโอกาสจะมาเล่าให้ฟังว่ามีอะไรบ้าง) ของอยุธยาตรงกับเกณฑ์ข้อที่ 3 คือ (iii) – เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว

ใครแม่นภาษาอังกฤษหรืออยากฝึกภาษาก็ไปดูข้อมูลเพิ่มได้ที่ http://whc.unesco.org/en/list/576 นะคะ

**********************

เอาล่ะ นั่งรับลมเย็นๆจนพระอาทิตย์ลับฟ้าไปแล้ว ก็ถึงเวลากินอีกแล้วล่ะ คราวนี้พวกเราเลยขอไปโดนกุ้งแม่น้ำเผาบ้าง อาบันดูรูปคนอื่นมานานแล้ว คราวนี้ขอกินมั่ง

มาที่ร้าน ต้นน้ำกุ้งเผา แอบเล่าก่อนว่าร้านนี้มีไซส์กุ้งให้เลือกตั้งแต่ 2 ขีดจนถึง 7 ขีดเลยค่ะ ราคาก็แพงขึ้นไปเรื่อยๆ พวกเราเลยสั่งตัวกลาง 3 ขีดมาลอง 500 บาทแน่ะ นี่ราคาต่อตัวนะ โห…

20170212_194104

แต่ว่ามันกุ้งหอมๆมันๆถึงใจเลย อร่อยมากๆ คลุกข้าวสวยร้อนๆกินนะ หืมมมมม…

20170212_194155

แล้วก็คิดได้ว่าสั่งแบบที่ไม่ต้องผ่ามาก็ได้นี่ฝ่า ถูกกว่าด้วย อร่อยเหมือนกัน อย่างในรูปนี้ 3 ตัว ครึ่งโล ราคา 600 บาทค่ะ เฉลี่ยตัวละ 200 บาท

20170212_194625

ตัวก็ใหญ่พอๆกันนะ มันกุ้งเยิ้มมากด้วย แต่ต้องแกะเปลือกเอง แค่นี้สบายมาก

20170212_193157

ปลาทอดกรอบก็อร่อยมากๆค่ะ หอมกระเทียมด้วย อีกอย่างที่อร่อยคือกะหล่ำปลีทอดน้ำปลา

ตบท้ายด้วยพุดดิ้งมะพร้าวที่ชิมแล้วอร่อยสุดๆ เย็นๆ หอมๆ มันๆ เค็มๆ หวานๆ เสียดายที่แบตหมดเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาแล้ว

20170212_201714

ในรูปมีชี้ระดับน้ำให้ดูด้วยว่าที่เคยน้ำท่วมในปี 2554 สูงถึงระดับนี้แน่ะ! น่ากลัวชะมัด ตอนนั้นบ้านอาบันที่กรุงเทพก็ท่วมเหมือนกัน ตั้งเมตรนึงแน่ะ จำได้ว่าข้างในบ้านเละเลย ต้องทิ้งของที่บวมน้ำเยอะมาก แล้วก็ขัดบ้านจนน้ำหนักลดฮวบไป 3-4 โลเลย >.<

**********************

อา…. จบทริปแล้วค่ะ ขับรถกลับบ้านอย่างสุขี แม่แฮ้ปปี้ น้องสาวพอใจ พี่แทนร่าเริง อาบันก็อิ่มและฟิน ถือเป็นทริปเที่ยววันเดียวที่ใช้ได้เลยค่ะ

หากมีเวลามากกว่านี้ก็อยากจะไปเที่ยวหมู่บ้านญี่ปุ่นด้วย แต่มันเต็มวันแล้วจริงๆเพราะพวกเราเป็นประเภทเที่ยวแบบช้าๆดื่มดำเลยอาจจะไปได้ไม่มากที่แต่แค่นี้ก็รู้สึกฟินมากกันทุกคนแล้วค่ะ

หากใครกำลังหาที่เที่ยวไม่ไกลจากกรุงเทพ อยุธยาก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจนะคะ แค่ชั่วโมงนิดๆจากกรุงเทพ มีทั้งของกินมากมายและแหล่งโบราณสถานที่รู้ประวัติแล้วจะซาบซึ้ง หรือจะแค่ชมสถาปัตยกรรมของเจดีย์และวัดวาโบราณก็รู้สึกได้เองแล้วว่าสวยและมีมนต์ขลัง ลองไปเที่ยวกันนะคะ อาบันชอบมากเลย >.<

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำร้านป้าจุก 

อาบันชอบกินก๋วยเตี๋ยวมากค่ะ คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับความทรงจำวัยเด็กที่คุณแม่ชอบพาไปกินร้านโปรดในซอยต.รวมโชคแถวๆบ้านเก่า

ไม่ว่าจะในโอกาสอะไร แม่จะพาอบ.และน้องสาวจูงมือกันไปกินเตี๋ยวร้านที่ว่านี้ประจำ กินร้อนๆแล้วสบายท้องสบายใจ อาฮ์…

อบ.ชอบยืนดูแม่ค้าลวกหมูสับค่ะ เขาจะใช้วิธีตักหมูสับปรุงรสใส่ชามเปล่าแล้วตักน้ำซุปร้อนๆเทลงไปบนหมูเลย จากนั้นจะใช้หลังทัพพีเหล็กคลึงๆบี้ๆก้อนหมูสับให้แบนสุก เป็นกรรมวิธีที่อบ.จำได้จนถึงทุกวันนี้ นึกแล้วก็แผล่บๆ หิวอีกละ

โตมาก็ยังชอบกินเตี๋ยวน้ำมาก กินได้สามมื้อต่อวันติดกันหลายวันยังได้ คราวนี้ก็เลยลองเสาะหาร้านอร่อยๆดู เปิดในวงในเห็นแนะนำร้านนี้เลยตระเวนหาจนเจอ

จะบอกว่าทางเข้าซอยเล็กมากค่ะ อยู่ติดกับถนนใหญ่ประชาราษฎร์สาย 1 ตรงข้ามตลาดหลังรพ.บางโพ เข้าไปซอย 15 ไม่ลึกจะเจอรถเข็นตั้งอยู่ตรงข้ามห้องแถว ซึ่งเป็นบ้านคุณป้าจุกค่ะ


ป้ากำลังปรุงเตี๋ยวพอดี

ป้าบอกว่าขายมา 30 กว่าปีแล้วตั้งแต่ยังสาว ขายดีมาตลอดเพราะมีพนักงานบริษัทใกล้ๆชอบมากินทุกวันจนกระทั่งบริษัทที่ว่าย้ายไป ลูกค้าเลยน้อยลงเยอะเลย โธ่…

เปิด 7 โมงเช้าถึงบ่าย 3 นิดๆ ค่ะ ขายก๋วยเตี๋ยวน้ำใส ต้มยำ เย็นตาโฟ

อบ.แนะนำบะหมี่เส้นแบนโฟยำค่ะ เส้นนุ้มนุ่ม รสชาติจัดจ้านแต่ก็กลมกล่อมออกหวานเล็กน้อย (อ้อ แต่ใครที่ไม่กินเผ็ดมากต้องบอกป้านะคะ) เครื่องให้เยอะเว่อร์วัง ตั้งแต่เต้าหู้กรอบ ปลาหมึกกรอบ เลือดหมู หมูหมักนุ่มๆ ชิ้นหมู ชิ้นปลา ชิ้นกุ้ง ชิ้นแคระ ปลาเส้น บางทีได้ตับหมูด้วย โปะด้วยกระเทียมเจียวกับกากหมู โรยเกี๊ยวกรอบ ทั้งหมดนี้ธรรมดา 35 บาท พิเศษ 40 บาทค่ะ มีน้ำเย็นบริการตัวเองด้วย

ชามบนธรรมดา 35 ชามล่างพิเศษ 40… โธ่…สั่งพิเศษเหอะ ต่างขนาดเนี้ย คุ้มอ่ะ แต่เตือนไว้ก่อนว่าให้เยอะมากนะคะ กินจนเริ่มทรมาน ทำไมไม่หมดสักที เป็นงั้นไป

ซูมเครื่องค่ะ จัดเต็มมว๊ากค่ะคุณป้าาาาา อูย ซุปร้อนๆ เผ็ดๆ กินแล้วน้ามมูกหยายยยย

ใครสนใจไปลองกันได้นะคะ แต่ไม่มีที่จอดรถนะ ต้องไปหาที่จอดกันเอาเอง จะจอดที่รพ.บางโพก็ได้ อบ.ใช้วิธีแว้นไปค่ะ วะฮะฮ่าๆๆๆ

สรุป

  • ราคาต่อหัว 40 บาท
  • ที่ตั้ง ถ.ประชาราษฎร์สาย 1 ซ. 15  อยู่ใกล้แยกบางโพ
  • เปิด 7:00-15:00
  • โทร. 025878872
  • อะไรอร่อย: บะหมี่โฟต้มยำจ้า (คำเตือน เผ็ดหน่อยนะ)

เบเกิลผักโขม ไข่คน Bagel with spinach and scrambled eggs

12919416_10154052414974664_1031660513_o

เบเกิ้ลที่ทำเมื่อคืน เอามาทำ brunch (breakfast+lunch) ต่อดังนี้ค่า

(ดูสูตรและการทำเบเกิ้ลโฮลวีทได้ที่ ก็อยากกินนี่…ฮันนี่โฮลวีทเบเกิ้ล Honey whole wheat bagel)

ส่วนผสม

1. ส่วนเบเกิ้ล

  • เบเกิ้ลโฮลวีทหนึ่งชิ้น ฝานครึ่ง อบให้กรอบ (ในกรณีที่ไม่ได้อบมาใหม่ๆ)
  • ผักโขมสดล้างสะอาดแล้วและหั่นเป็นท่อนๆ ขนาด 1 นิ้ว 1 cup
  • กระเทียมฝาน 0.5 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดงฝาน 1 ลูกเล็ก
  • น้ำมันมะกอก extra light 0.5 ช้อนชา
  • เกลือ (อย่าใส่เยอะ) พริกไทย
  • แครอท
  • มะเขือเทศสีดา

2. ส่วนไข่คนและอื่นๆ

  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • เกลือนิดเดียว พริกไทย
  • น้ำมันมะกอก extra light 0.5 ช้อนชา
  • เบคอน bits (สำเร็จรูปชนิดขวด ไขมันและเกลือต่ำกว่า แต่จริงๆ ไม่ค่อย healthy มากหรอกค่ะ ใส่นิดเดียวพอ) 0.5 ช้อนชา
  • flaxseeds 0.5 ช้อนชา (ถ้าบดสดยิ่งดี แต่อาบันโยนใส่ทั้งเมล็ดเลย จะได้สารอาหารน้อยกว่าอ่ะ ไม่ดีเลย)
  • มะกอกดำและเขียวอย่างละ 1 ลูก (จู่มจิ๋มมะ อันนี้เอาไว้เพิ่มรสเค็มสำหรับคนติดเค็ม ทำให้รู้สึกว่าเค็มแล้วเลยเหยาะเกลือเติมในไข่คนน้อยลง – อันนี้แล้วแต่จะมโนค่ะ คืออาบันเป็นคนติดเค็มจัดๆๆๆๆเลย พยายามหาอุบายค่อยๆลดความเคยชิน เคยได้ยินมาว่า การติดเค็มสามารถลดได้ แค่ภายใน 2-4 สัปดาห์ เราก็จะมีระดับติดเค็มที่ลดลงได้แล้ว พอให้ไปกินอะไรเค็มๆอีก จะตกใจว่า เฮ้ย โคตรเค็มเลย เค็มปี๋ อะไรประมาณนี้ ก็พยายามอยู่จ้า เมนูนี้เลยลดเค็มลงไปเยอะมากเลยนะ)

12941119_10154052415194664_214421753_o

วิธีทำ

  1. ง่ายมาก ใส่น้ำมันมะกอก extra light ที่เหมาะสำหรับผัดเร็วๆ กว่ารุ่น extra virgin (หรือใครขี้เกียจเถียงประเด็นนี้ ก็ใช้น้ำมันอื่นก็ได้ค่ะ) ในกะทะ พออุ่นๆ ใส่กระเทียมและหอมแดงลงไปผัดจนหอม
  2. ใส่ผักโขมหั่น ผัดเร็วๆ จนสลดและสุก ใส่เกลือนิดเดียว พริกไทยดำบด เป็นอันเสร็จ
  3. เอาเบเกิ้ลครึ่งล่างวางไว้
  4. เอาที่ปอกเปลือกมะม่วงถูกๆบ้านเรานี่แหละมาฝานแครอททางยาวสักชิ้นค่ะ (อันละไม่กี่สิบบาทเอง เลือกที่ด้ามไม่หลุดง่ายๆละกันค่ะ เคยไปดูอันของฝรั่ง แม่เจ้า หลายร้อยบาท!) เอามีดแบ่งเส้นใหญ่นี้เป็นเส้นเล็ก 3 เส้น แล้วก็ถักเปียเอาเลย (ไขว้ไปไขว้มา ใครถักไม่เป็น ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมีภาระไปเปิดดูยูทูปวิธีถักเปียอีก ก็ไขว้ไปไขว้มานี่แหละค่ะ มั่วๆเดี๋ยวก็ดูดีเองแหละ)
  5. วางปลายเปียแครอทใต้เบเกิล
  6. ตักผักโขมผัดวาง โปะด้วยมะเขือเทศฝาน ปิดฝาเบเกิ้ลชิ้นบน
  7. ตวัดปลายเปียแครอทมาข้างบนแล้วเอาไปซ่อนไว้ใต้เบเกิ้ล (พูดง่ายๆ คือให้เบเกิ้ลทับปลายเปียทั้งสองด้าน)
  8. มาต่อที่ไข่คน ทำตามใจชอบเลยค่ะ อาบันแค่ตอกไข่ลงไป ใส่เกลือพริกไทย คนๆ จนเกือบสุกก็ยกออกจากเตา (จากความชอบของตัวเอง ถ้าคนจนสุก เวลาตักใส่จานไข่จะแห้งเกินไป) บางคนใส่นมใส่ชีสหรือผักอื่นๆด้วย แล้วแต่เลยค่ะ
  9. เสร็จแล้วโรยเบคอนนิดหน่อย flaxseeds อีกนิด
  10. ใส่จาน พร้อมมะกอกเขียวกับดำ

ทานพร้อมกับกาแฟนมอุ่นๆ สักแก้ว นี่ฟินมว๊ากกกค่า อาบันโรยผงโกโก้นิดนึงบนฟองนมด้วย หอมจัง

12922398_10154052414884664_129130405_o

เบเกิ้ลรสชาติกำลังดีค่ะ ใส่เตาอบเพื่ออุ่น ก็ยังอร่อยอยู่

12922414_10154052415754664_1362900225_o

อารมณ์ประมาณเบเกอร์เหมือนกันนะเนี่ย 5555+ สรุปลูกชั้นเป็นทุกๆอย่างที่ไม่ใช่เบเกิ้ล

คุณค่าทางโภชนาการ (ไม่รวมกาแฟ)

แคลอรี่ 506 kcal

โปรตีน 23 ก. ไขมัน 23 ก. คาร์บ 52 ก.

เด่นตรง Vitamin A 360% ของต่อวัน / Vitamin C 66% / B12 56% / B6 21% / D 44% / Phosphorus 30% จ้า ลองดูน้า มีสูตรแชร์กันก็บอกมาได้เลยน้า

ฮันนี่โฮลวีทเบเกิล Honey wholewheat bagels

12914711_10154052415804664_1733823764_o

แฮ่… เมื่อคืนอยากกินเบเกิลมากกกก คิดว่าเพราะไปดูวิดีโอทำโดนัทจิ๋วอันนี้แล้วมันเกิดฝังรากในจิตสำนึกโดยไม่ตั้งใจว่าอยากกินอะไรหน้าตาแบบนี้

เป็นไง น่ารักโพ่ดๆๆๆๆ ชอบมากเลยอะไรที่มันจิ๋วหรือบึ้มผิดไซส์ เป็นอะไรไม่รู้แต่มันไปจี้ต่อมความฮากับเอ็นดูน่ะ เช่น เวลาเจอขวดซีอิ้วใน Foodland ที่ใหญ่มากกกก เราจะหัวเราะกิ๊กกั๊กและต้องไปหยิบมาเล่น ทำท่าเป็นเหยาะซอสใส่ไข่ดาวทุกทีไป (5555 นี่ขนาดนึกยังตลก)

Anyway, กลับเข้าสู่เรื่องการทำเบเกิลต่อค่ะ

ทีนี้ตอนเย็นรู้แล้วว่าอยากทานเบเกิลแบบเหนียวๆ หน่อย อารมณ์เหนียวหนึบข้างใน เวลาทานต้องใช้ฟันกัดทึ้งนิดนึงพอเป็นพิธี แล้วเวลาเคี้ยวให้มันหยุบหยึบสนุกเหงือกในขณะที่กลิ่นขนมปังหอมอบอวลในปาก รสชาติหวานนิดเดียว เค็มปะแล่มนิดหน่อย เปลือกแป้งข้างนอกต้องกรอบกร้วม อาฮ์…

แต่จะทานแป้งทั้งที ก็ต้องขอพยายามทานแบบ whole wheat สักนิดนึงนะ เพราะอาบันยังคงพยายามลดพุงอยู่ ขอแบบครึ่งทางละกัน อร่อยนิดสุขภาพดีหน่อย เลยไปถามอากู๋ว่า

นี่ๆ มีสูตรเบเกิลแบบโฮลวีทม้า

อากู๋บอกว่า มีๆ นี่ไง มีให้ลื้อเลือกเพียบเลย เลือกลู

ขอสารภาพว่าสูตรแรกที่ลองไม่เวิร์กเลย ใช้แป้ง whole wheat แบบเป็นเม็ดๆเกล็ดๆล้วน อุตส่าห์หมักตั้งสองชม. ไปว่ายน้ำ กลับมาอีกที แป้งเหลวเป็นโจ๊กเลย จับปั้นยังไงก็ไม่ได้ แถมเละคามืออีก สาดกระเซ็นไปทั่วปฐพี (ครัว) – นั่นก็เว่อร์ไป

มองนาฬิกาอีกที นี่มันสี่ทุ่มแล้วนี่หว่า เอาไงดี ง่วงแล้วด้วย แต่ Show must go on ป่ะคะ ลุยน่า ลองดูๆ

อีกอย่างเมื่อวานอาบันทานเข้าไปแค่ 800 แคลอรี่เอง แถมว่ายน้ำไปอีก 450 แคลอรี่ คือมันน้อยไปแล้ว จะเข้าสู่โหมด starvation หรืออดอาหารทำให้ร่างกายอาบันเข้าใจผิดว่าอาหารนั้นหายาก ต้องลำบากออกเดินไกล

ทีนี้ถ้าร่างกายประมวลว่าเราจะไม่ได้รับอาหารเพียงพอ สิ่งที่มันจะทำคือพยายามอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่ให้มากที่สุด กล่าวคือเผาผลาญให้น้อยที่สุด ห้ามฟุ่มเฟือยแคลอรี่เป็นอันขาด – energy expenditure efficiency – ทีนี้แหละ กินน้อย เผาน้อย กลายเป็นคนที่มีอัตราการเผาผลาญต่ำไปเสียฉิบ พูดง่ายๆ คืออ้วนง่ายนั่นแหละ เพราะไขมันสำรองไม่ยอมใช้เลย กลัวในวันข้างหน้าจะไม่มีรถบรรทุกส่งเสบียงมาอีกพักใหญ่

พออาหารมารอบต่อไป หากกินเยอะหน่อย โดยเฉพาะพวกไขมัน ร่างกายจะดีใจเว่อร์และรีบกักตุนไขมันพวกนี้ไว้ในคลังสำรอง เย่ๆๆๆ พลังงานมาแล้วโว้ย รีบตุนก่อนเลย วู้…ยิ่งหายากๆ อยู่ (มันคิดเอง เออเอง จากการที่วันก่อนๆ เรากินน้อยมาก) ยิ่งอ้วนฉิบหายวายวอดกว่าเดิมอีก เฮ้ออออ

ว่าแล้ว ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งปวง ดิฉันลงความเห็นต่อสภาประชุมให้เห็นควรว่าเราทานเบเกิ้ลเพิ่มได้อีกสักมื้อในวันนี้นะ สภาประชุมอันประกอบด้วยดิฉันจึงลงมติเห็นชอบด้วยประการเช่นนี้ (กินๆๆๆๆ เย่ๆๆๆ)

ปล. เออ Miss Hormones น่ากลัวจริง เหมือนมีสองคนในหนึ่งร่างเลย ชวงร่าง Miss Hormones (PMS) ดิฉันจะหิวตลอดเวลา ตลอดเวลาจริงๆ กินวันละ 4-5 มื้อใหญ่ๆ กินเท่าไหร่ก็ยังหิว แถมโหยของเค็มด้วย เคยแข็งใจสู้กับความจริงคำนวนแคลอรี่ที่กินดู เฮ้ยยย! วันละ 4000 แคลอรี่! นี่มันไม่เรียกว่า กิน แล้ว นี่มันสวาปาม นี่มันเขมือบแบบอนาคอนด้าเข้าสิงแล้ว! โอ้ว มายก๊อดดด ตัดกลับมาที่วันนี้ ที่บ่น (อย่างน่าหมั่นไส้) ว่า ทำไงดี วันนี้กินไปแค่ 800 แคลเอง อิ่มแล้วด้วย เรื่องประหลาดมีจริงในร่างกายเรานี่แหละ

วิธีทำ

โอ้ยยย กลับมาที่เบเกิลอีกครั้ง ความพยายามครั้งที่สองลองใช้สูตรของคนนี้ค่ะ http://www.simplebites.net/honey-whole-wheat-bagels-and-this-bakers-early-beginnings/

จะเห็นได้ว่าเธอผสมแป้ง whole wheat เข้ากับแป้งขนมปังธรรมดา

ดิฉันเปิดตู้ในครัวแล้วพบเพียง whole wheat หยาบกับแป้ง organic whole wheat pastry เลยเอาวะ ใช้ที่มีนี่แหละ ช่างมัน ต้องลองลุยดู ว่าแล้วก็พับแขนเสื้อขึ้น ใส่คาดผมโชว์โป๊งเหน่งและ…ลุย!

ด่านแรก นวดแป้งค่ะ เมื่อยมากกกกกก อย่างโง่ ในสูตรให้ใช้เครื่องนวดแป้ง คือของเราเครื่องเล็กๆพันกว่าบาทเองอ้ะ เห็นในพันทิพเตือนว่าอย่าใช้นวดแป้งหนักๆ ไม่งั้นมอเตอร์ไหม้แน่ ก็เลยอนุมานเอาเองว่าควรใช้มือจับช้อนแล้วกวนแทนแขนกลนี่แหละ จริงๆ เพื่อนบอกว่าเอาออกมานวดกับพื้นเคาน์เตอร์เลยก็ได้ เออ จริงว่ะ โง่ชิบเป๋ง

นวดไป ร้องครวญไป แขนแทบหัก ยิ่งปวดๆ จาก DOMs อยู่ด้วย (หรือ Delayed Onset Muscle Soreness หรือปวดกล้ามหลังออกกำลังกายหนักๆแบบค่อยมาปวด 2-3 วันให้หลัง) เพิ่งเล่นไหล่กับว่ายน้ำมา น้ำตาแทบเล็ด นวดไปค่ะ 10 กว่านาที คราวนี้หน้าตาแป้งดูดีกว่ารอบแรก หนึบๆ เป็นเส้นริ้ว

bagel-1

รูปข้างล่างคือตอนที่พยายามต้มน้องเบเกิล ตอนนี้แหละที่ทำใจแล้วว่าหน้าตาเจ้าช่างเหมือนโดนัทบิดๆเบี้ยวๆยิ่งนัก

bagel-2

ต้มเสร็จ ทาไข่ขาวเพื่อทำหน้า (ทาแล้วธัญพืชต่างๆ จะหนึบติดหน้าขึ้น) มี 8 ชิ้น แบ่งเป็นหน้าอัลมอนด์ / หน้าเมล็ดทานตะวัน / หน้าเกลือฮิมาลัย (มันก็คือเกลือธรรมดาๆแต่สีชมพูนี่แหละ อบไปก็ไม่เห็นเกล็ดเกลือใดๆทั้งสิ้น เปลืองว่ะ)/ หน้าโล้นโป๊งเหน่งเหมือนคนทำ / หน้างาขาว / หน้างาดำ / หน้าน้ำตาลทรายแดง+ซินนามอน 2

12914791_10154052415699664_1112347802_obagel-3

สงสารจังเลย ลูกเอ๊ยยย หน้าตาไม่สวยเหมือนเขาเลย เอาเหอะ ภาวนาให้รสชาติช่วยสวนทางกับหน้าตาด้วยเถิด

เสร็จแล้วก็เอาเข้าเตาอบ กรรม สูตรบอกว่าอบ 20-30 นาที ของดิฉันเตาเล็กหรือไงไม่ทราบ อบเท่าไหร่ก็ไม่สุกสักที เพิ่มทีละ 10 นาทีก็แล้ว เอาไม้จิ้มฟันเสียบแล้วดึงออกมา มันหยุ่นๆอยู่เลย สีแป้งก็ขุ่นใส แบบไม่ทึบด้านแบบหนมปังทั่วไป เลยอบไปเรื่อยๆ กำลังแรงไฟสูงสุดแล้วเนี่ย 230 C ผ่านไป 1 ชม. เต็มถึงได้สุก กรอบนอกนุ่มหนุบใน เฮ้อออออ ถึงตอนนี้ห้องหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่น…ยีสต์ค่ะ คุณผู้อ่านขา มันอวลๆพิกล >.<

ตอนเอาออกมาพักให้หายร้อน ถึงได้สำเนียกว่านี่มันทอดมันปลากรายนี่หว่า อ่าว…ใส่ใบม้งใบมิ้นต์สักหน่อย เกิดจะดูดีขึ้นมาบ้าง

12914711_10154052415804664_1733823764_o

อ่ะ เฟลิซมาตรวจดู ดมเสร็จก็ส่ายหน้าสะบัดหางเดินจากไป ไม่พยายามกินเลย จากไปอย่างไม่ใยดี

12915307_10154052414999664_1754132663_o

พอถึงเวลาชิมก็ใช้ได้อยู่นะคะ ได้ดั่งใจ กรอบนอก กัดแล้วมีเสียงกร๊วบเล็กน้อย ขอให้นึกภาพตาม ส่วนข้างในนุ่มหยุ่นเหนียวนิดๆ แต่ยังไม่เหนียวเท่าที่เราชอบ ไม่เป็นไร ไว้บริหารเหงือกคราวหน้า แค่นี้ก็โอเคแล้ว (ปกติชอบให้กัดแล้วต้องดึงแบบนี้)

lion

โอ๊ะ! ขออภัย ภาพโหดไปหน่อย กลับมาที่เบเกิลของอาบันดีกว่า นี่รูปค่า

12948459_10154052415669664_1145997064_o12922225_10154052415779664_770529223_o12953053_10154052415869664_740015735_o12914980_10154052414929664_1350767258_o12953240_10154052415484664_2140284427_o12922230_10154052414874664_1890457767_o

เกือบจบแล้ว มาที่ส่วนของสารอาหารบ้างค่ะ

คุณค่าทางโภชนาการ (ต่อหนึ่งชิ้นเปล่าๆ ไม่มีหน้า)

แคลอรี่ 187 kcal (ถ้ามีหน้าต่างๆ ก็เพิ่มเข้าไปสัก 15-20 kcal)

โปรตีน 5.8ก. ไขมัน 0.5ก. คาร์บ 40ก.

เด่นตรงใยอาหาร fiber เยอะเพราะเป็น whole wheat แค่ชิ้นเดียวก็ได้ไฟเบอร์ 25% ที่ต้องการต่อวันเชียวน้า ย่อยช้าทำให้น้ำตาลในเลือดค่อนข้างสม่ำเสมอ เป็นอีกหนึ่งอาหารที่ Miss Hormones และคนทั่วไปควรลองจ้า

อาบันทานคืนนั้นเลยเกือบสองชิ้นแล้วเก็บใส่ตู้เย็น พรุ่งนี้เอามาอุ่นใส่เตาอบก็ยังอร่อย ดูเมนูที่ใช้เบเกิลทำอาหารต่อที่นี่ได้เลยค่ะ

เบเกิ้ลผักโขมกับไข่คน Bagels with spinach and scrambled eggs

เบอร์เกอร์หมูคุโรบุตะมะเขือม่วง Bunless pork burger with aubergine

12721937_10154011072989664_647367678_n

อยากทานชีสเบอร์เกอร์จัง แต่เพื่อลดปริมาณไขมัน เกลือ และแป้ง อาบันเลยลองปรับสูตรทั่วไปมาใช้วัตถุดิบหรือส่วนประกอบที่ healthy ขึ้นนิดนึงดังนี้จ้า

ส่วนผสม (สำหรับ 3 ที่เล็กๆ)

12895525_10154011072909664_1809907299_n

ก. แผ่นหมูก้อน

  • เนื้อหมูคูโรบูตะ 150 กรัม (ยิ่งมันเยอะเนื้อจะยิ่งนุ่มและหอม แต่อาบันเลือกใช้หมูบดไขมัน 3% – ปกติทั่วไปจะประมาณ 10% – สั่งคนขายหรือคนบดได้ค่ะ ยอมแลกกับความอร่อยนิดนึง)
  • แครอทหั่นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  • ขิงแก่สับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทยดำป่น 1 ช้อนชา
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  • ไข่ไก่ 1/2 ฟอง
  • ใบทารากอนสับ 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมญี่ปุ่นสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • สเปรย์น้ำมันมะกอก

ข. เบอร์เกอร์มะเขือม่วงและผักต่างๆ

  • มะเขือม่วง (ลูกใหญ่ๆ อ้วนๆ ไม่ใช่แบบยาวผอม) ฝานแว่นหนาประมาณ 1 ซม.
  • ชีสแผ่น light cheese
  • ผัก วอเตอร์เครส watercress
  • หอมแดงซอยตามชอบ
  • พริกปาปริก้าป่นกับงาดำ งาขาวตามชอบ
  • ผักชีฝรั่งเพื่อตกแต่ง

วืธีทำ

ดูวิดีโอ

  1. ผสมส่วนผสมหมู ก. เข้าด้วยกัน
  2. สเปรย์น้ำมันมะกอกบนกะทะเทฟลอน แล้วจี่มะเขือม่วงจนสีน้ำตาลนิดๆ แล้วเอาไปเข้าไมโครเวฟต่อให้เนื้อมะเขือข้างในสุกและนิ่มค่ะ ตรงนี้สามารถย่างในเตาอบแทนได้แล้วแต่สะดวกเลยค่า
  3. ทอดหมูก้อนจนเห็นเนื้อหมูด้านข้างสุกขึ้นมาจากข้างล่าง พลิกกลับด้านจนหมูสุกดี ออกสีน้ำตาลกลางๆ ระวังอย่าทอดนานนะคะเดี๋ยวหมูจะแห้งเกิน (ยิ่งใช้หมูไขมันน้อย เนื้อยิ่งแห้งง่ายค่ะ วิธีแก้คือใส่ไวน์ขาวลงไปนิ้ดดเดียว เนื้อจะฉ่ำขึ้น)
  4. ทีนี้เรามาเรียงส่วนประกอบกัน เริ่มจากมะเขือม่วงที่สุกนิ่มดีแล้ว ทับด้วยผัก watercress ชีสแผ่น แผ่นหมูก้อน หอมแดงซอย โรยพริกปาปริก้าป่น งาขาว งาดำและผักชีฝรั่ง ก็เป็นเสร็จจ้า ถ้าใครชอบให้หมูฉ่ำมีรสชาติขึ้นก็ทาซอสเทริยากิด้วยก็ได้

คุณค่าทางโภชนาการ

ต่อหนึ่งหน่วย (คือเบอร์เกอร์มะเขือม่วงหมูหนึ่งชิ้น) 125 kcal

โปรตีน 13 ก. คาร์บ 4 ก. ไขมัน 6.3 ก.

จะเห็นได้ว่าได้โปรตีนเพียบเลย แต่ไขมันและแป้งต่ำ แนะนำให้ทานสลัดผักคู่กันนะคะ จะได้ไฟเบอร์เพิ่มอีกสักหน่อย ^^ อาบันว่าผักสลัก Rocket ก็ไม่เลว

หากใครไม่อยาก low carb ก็ใช้ขนมปังบันเพิ่มได้เลยค่ะ แต่แนะนำว่าต้องทำให้หมูฉ่ำซอสมากกว่าในสูตรนี้ ไม่งั้นขนมปังจะซับ pork juice จนหมูแห้งไปค่า

 

12596208_10154011072959664_410499341_n

12595954_10154011072954664_1034061725_n

หอมแดงกับพริกปาปริก้าป่นนี่แหละ ที่ทำให้หอมอร่อยขึ้น มีมิติทางรสชาติ (บางทีแม็คก็คิดนะว่าถ้ามีผักดองด้วย น่าจะยิ่งอร่อย จดๆ คราวหน้าใส่ผักดองด้วยดีก่า)

12443128_10154011072934664_895238025_n

อาบันใช้ชีสไขมันต่ำแทนชีสทั่วไป ผัก watercress ก็เข้าได้ดีกับเนื้อหมูและมะเขือม่วงนะคะ อาบันชอบกลิ่นขิงสับในเบอร์เกอร์จัง กัดเจอแล้วมันไม่เผ็ดเลย ออกจะหอมๆ

serving เดียวไม่อิ่ม เลยฟาดไปสองก้อน ตามด้วยผักสลัดเยอะๆ อาฮ์…. ฟิน ลองทำดูกันนะคะ ใครมีสูตรอะไรเจ๋งๆ มาแนะนำอาบันได้น้า ❤

Corn thins with peanut butter and a cup of latte

snacks.gif

ชอบทานแผ่นข้าวโพด corn thins มากเลยแฮะ มันกรอบๆ อร่อยดี แคลอรี่ต่ำด้วย เอามาทานแทนขนมปัง แต่บอกตรงๆว่ามันไม่อิ่มเท่านะคะ เพราะมันเบาฟูกว่าเยอะ แต่ก็ชอบอยู่ดีแหละ หาซื้อได้ที่ซุปเปอร์ใน Central World ค่า

อย่างวันนี้เอามาทาเนยถั่ว 15 กรัม โรยด้วยผงโกโก้แท้ 100% (ไม่ผสมน้ำตาล) เพื่อขับความความหอมเข้มของเนยขึ้นอีกหน่อย โรยพวกลูกเกดหลากสีนิดๆเพิ่มความหวาน 10 กรัม ทานกับกาแฟอุ่นๆ ใส่นมนี่มันฟินจริงๆ ^^

จานนี้มีสารอาหารดังนี้จ้า

แคลอรี่ 149 kcal

ไขมัน 8 ก. คาร์บ 16 ก. โปรตีน 3 ก.

ปล. นอกเรื่องนิดนึงค่ะ ช่วงนี้บ้าทำลาเต้อาร์ตมาก ทำโดยที่ไม่มีเครื่องเอสเพรสโซ่นี่แหละ สวยบ้าง เละบ้าง แต่ทำทุกครั้งแล้วสนุกเพราะต้องคอยลุ้นว่าวิธีและส่วนประกอบวันนี้จะทำฟองนมได้ไหม 555 สนุ้กสนุก ❤ จะหัดทำไปเรื่อยๆ เสียดายที่ลองทำได้ทีละแก้วสองแก้ว เพราะดื่มมากกว่านี้ไม่ไหว เคยอ่านเจอว่าบาริสต้าตัวจริงเขาฝึกทำกันวันละไม่ต่ำกว่าร้อยแก้ว 555+ มิน่าล่ะ เราทำวันละสองแก้วคงได้อยู่หรอกนะ

จริงๆ ในยูทูปบอกว่าให้ฝึกกับน้ำเปล่าก่อนก็ได้ อย่างน้อยฝึกการส่ายข้อมือ ยก-ลากแก้วไปก่อน อย่างเช่นทูปนี้ [วิธีฝึกส่ายลาเต้อาร์ต https://www.youtube.com/watch?v=iwIloOYQa2k] สนุ้กสนุก ^^

สุดท้ายนี้ อยากจะบอกว่าแผ่นข้าวโพดนี่เหมาะสำหรับการเป็น pre-workout snack มาก อาบันทาเนยถั่วแผ่นหนึ่ง อีกแผ่นทา light cream cheese ให้หม่อมแม่ทานก่อนยกเวท พบว่าทำให้หม่อมแม่มีแรงขึ้นเยอะเลยแถมอยู่ท้องนานด้วย น้ำหนักเบาๆ ทานแล้วไม่หนักท้อง ทำแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว ลองทานกันดูนะค้า 🙂

โซบะกระเจี๊ยบเขียว Soba with green okra

image

ในรายการ WiTcast ที่เราร่วมก่อตั้งกับดำเนิน มีตอนนึงที่สัมภาษณ์อาจารย์เกี่ยวกับน้ำลายเทียมที่ผลิตจากเมือกกระเจี๊ยบเขียว เป็นอีกหนึ่งบทสัมภาษณ์ที่ประทับใจ คงจะไม่ลงรายละเอียดตรงนี้แต่ว่า…พอสัมภาษณ์เสร็จแล้วเราอยากกินกระเจี๊ยบเขียวเลย

พอดีได้ไปร้าน ดินดี ในมช. เป็นกระท่อมดินหลังน้อยที่เวิร์คมากค่ะ เย็นสบาย ไม่ต้องติดแอร์ มีมุมกิฟท์ช็อปขายของทำมือน่ารักเล็กๆน้อยๆ ที่สำคัญมีน้องเหมียวๆด้วย

โซบะเย็นร้านนี้อร่อยมาก ทั้งๆที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่น้ำซุปกลมกล่อมมากค่ะ กินกับหัวไชเท้าฝนและกระเจี๊ยบเขียวฝาน ติดใจจนพยายามมาทำกินเองที่กรุงเทพบ้าง

วิธีทำก็ง่ายค่ะ ยุ่งยากแค่ตรงทำน้ำซุปเท่านั้นเอง นอกนั้นแค่เตรียมส่วนประกอบให้ครบก็ทำกินเองที่บ้านได้แล้ว

วิธีทำน้ำซุปคือให้เอาสาหร่ายคอมบุแห้งมาแช่น้ำประมาณครึ่งชม. จากนั้นแช่ปลาโอแห้งเพิ่ม ต้มน้ำจนเดือด ช้อนกากออกให้หมด แล้วเติมมิรินสักหน่อยให้หอมหวานอร่อย ปรุงรสด้วยน้ำตาลและโชยุจนกลมกล่อม ไม่หวานไม่เค็มเกินไป แล้วเอาไปแช่ตู้เย็นเพราะเราจะกินแบบโซบะเย็นค่ะ

ลวกเส้นโซบะจนนิ่ม (อย่าให้เละ) ให้เส้นเด้งดึ๋งๆจะอร่อยเว่อร์ค่ะ แล้วก็ใส่กระเจี๊ยบเขียวล้างสะอาดที่ฝานบางๆลงไป (ถ้าฝานเป็นแว่นหนาจะเมือกและเหม็นเขียวไปในความคิดเรา) หน่อไม้ญี่ปุ่น แตงกวา ต้นหอมญี่ปุ่นฝาน ขิงดอง ไข่ต้ม สาหร่ายแห้ง วาซาบิและที่สำคัญคือหัวไชเท้าฝนเพื่อเพิ่มรสอูมามิค่ะ เป็นอันจบ! ง่ายมะ?

กระเจี๊ยบเขียว – ถ้าใส่มากไปจะทำให้น้ำซุปเหนียวขึ้นคล้ายราดหน้า ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนนะคะ แต่อาบันชอบให้ซุปใสๆมากกว่าค่ะ ลองทำดูน้า