[รีวิว Curel, Mamonde, Eucerin] Mano Test มโนทดสอบคสอ.กัน

อาบันได้ของเล่นจากญี่ปุ่นมาค่ะ เป็นเครื่องวัดสภาพผิวว่าชุ่มชื้นขนาดไหน มันมากไหม นุ่มหรือเปล่า มโนเอาเองว่าเครื่องแม่นยำ เลยเกิดการทดสอบสกินแคร์ที่เน้นขายเซรามายด์นี้ค่ะ ลึกๆในใจคิดว่าว่าเครื่องนี้เบร้อ ไม่เที่ยงตรง แต่มันสนุกนี่หน่า >.< . วันนี้มาทดสอบครีมกันหลายๆตัวเลยจ้า


แหม่ วิธีใช้เครื่องนี้ก็ง่ายดายค่ะ แค่จิ้มปลายที่มีแท่งเหล็กปลายมนสองแท่งบนผิวแล้วกดปุ่ม Start จนมันดังปิ๊บๆ ก็ได้ผลเรียบร้อย (เครื่องเบร้อหรือเปล่าไม่แน่ใจนะ)

18404129_1349705905107480_7649268234006348001_o.jpg

วันนี้จะมาทดสอบครีมและเจลที่เน้นเซรามายด์เป็นส่วนประกอบหลัก เซรามายด์ดีอย่างไร แหม่ อาบันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแต่อ่านจากเว็บนู้นนี้ น่าจะสรุปได้ว่า ไขมันระหว่างชั้นผิวหนัง (intercellular lipids) ซึ่งประกอบด้วยเซรามายด์ โคเลสตอรอล และกรดไขมันอิสระ มีหน้าที่เป็นด่านให้สารและน้ำ (?) เข้าผ่านได้น่ะ นักวิจัยบอกว่ามักจะเจอปัญหาตรงด่านนี้ในผิวหนังที่ผิดปกติเป็นโรคนู้นนี้แหละ

หาก skin barriers (ที่มีเซรามายด์เป็นหนึ่งในองค์ประกอบ)ไม่สมดุลย์ อาจนำไปสู่อาการแพ้หรือผิดปกติทางผิวหนังได้ เลยเป็นที่มาว่าทำไมการสร้างบาเรียนี้ถึงสำคัญนักหนา

เอาล่ะ อาบันมั่วจบแล้ว ใครเป็นผู้รู้จริงมาเสริมเค้าด้วยยยย

https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/12553851
http://www.grakshdj.w1.mweweb.com/content/6081/โครงสร้างผิวหนัง-บทความโดยเภสัชกร

สิ่งที่ทดสอบวันนี้มี…
1. น้ำเปล่า – ไม่ได้จะโฆษณาน้ำดื่มแต่อย่างใด แค่หยิบมาใช้เป็นตัวเทียบว่าถ้าใช้น้ำเปล่าแล้วจะส่งผลอะไรต่อผิวไหม
2. Curel Sebum Care Moisture Gel – เขาโฆษณาว่าเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ผิวเป็นสิวง่าย มีเซรามายด์
3. Curel Intensive Moisture Cream – รุ่นนี้เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวมัน มีเซรามายด์
4. Hada Labo Perfect Gel – รุ่นนี้มีเซรามายด์
5. Mamonde Moisture Ceramide Light Cream – นี่ก็มีเซรามายด์ เนื้อครีมไม่เหนียว เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงผิวมันมั้ง

18358641_1349706288440775_7065768114682749813_o.jpg


มาทดสอบกันค่ะ เช็ดแอลกอฮอล์ก่อนทั้งแขน (ทำไมต้องใช้แอลกอฮอล์ด้วยหว่า จำไม่ได้แล้ว ไม่รู้ว่าจะมีผลต่อการทดสอบเปล่านะ) แล้วทิ้งไว้สักพัก ขีดเส้นแบ่งเป็น 6 ช่องพร้อมเขียนกำกับชื่อคสอ.ที่จะทดลอง

18406338_10155272715719664_845559114_o.jpg


จิ้มวัดทีละช่องเลย วัดซ้ำช่องละ 3 ครั้งเพื่อดูว่าเครื่องมันเที่ยงเปล่า ซึ่งส่วนมาก 90% ได้ผลเท่าเดิมค่ะ

อย่างในรูปนี้แปลว่า
ความชุ่มชื้น = -1
ความมัน = 0
ความนุ่ม (วัดจากไรฟะ?) = -1

18359415_1349706008440803_5424723266527312852_o.jpg


บางช่องก็ได้มัน = 1 แล้วแต่บริเวณผิวหนังที่จิ้ม สภาพไม่เหมือนกัน

18359281_1349705915107479_3058365488035429201_o.jpg


มีแต่บริเวณใกล้แขนพับที่มีความมันกว่าเพื่อน เป็นทั้งสองข้างเลยนะคะ แปลกมาก

18320780_1349705978440806_3456174249020580668_o.jpg


วิธีทดสอบก็ใช้คอตตอนบัตก้านสำลีใช้แล้วทิ้งทาค่ะ ไม่ใช้นิ้วเพราะกลัวน้ำมันจากปลายนิ้วจะส่งผลเพราะปนเปื้อน

18402037_1349706228440781_8512535664609031177_o.jpg


ทาไปให้ครบทุกช่องจ้า

18358720_1349706068440797_8453685153377064823_o.jpg


[ผลวัด]
จะวัดหลังทาทั้งหมด 3 ครั้ง คือหลังทา 5 นาที 15 นาที และ 1 ชม.
ก่อนวัดแต่ละช่อง จะเช็ดหัววัดด้วยแอลกอฮอล์ก่อน เผื่อจะขจัดซากครีมจากช่องก่อนๆได้บ้าง แล้วตามด้วยทิชชู่ ทิ้งไว้สัก 10 วิให้แอลกอฮอล์ระเหยจนหมดก่อน

จากตารางจะเห็นได้ว่าช่องที่ไม่ได้ทาอะไรเลย จะผลเท่าเดิมทุกครั้งที่วัดเลยค่ะ (อย่าลืมว่าอาบันจะวัดช่องละ 3 ครั้งด้วย)

ส่วนช่องที่ทาน้ำเปล่า ทาปุ๊บ ผิวชุ่มน้ำขั้นสุด 555 แต่หลังจากนั้นแห้งลงอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าเครื่องเบร้อหรือเปล่า ทำไมถึงได้ติดลบขนาดนั้นหลังผ่านไป 15 นาที ลองจิ้มดูสามครั้งก็เป็นเยี่ยงนี้ ลองจิ้มที่อื่นดูบ้างก็ไม่ติดลบนะ

ช่องที่ชื่นใจมากคือช่องของ Curel Sebum Gel ค่ะ จะบอกก่อนว่าส่วนตัวอาบันชอบยี่ห้อนี้นะหลังจากที่ได้ลอง trial set 550 บาท ได้ครบทั้งโฟมล้างหน้า เจลล้างคสอ. โทนเนอร์และครีม/เจลบำรุงในกล่องเดียว ไม่แพ้แต่อย่างใด ชุ่มชื้นผิวดีมาก พอผลออกมาตามที่รู้สึกเลยดีใจค่ะ แอบเชียร์อยู่ อิอิ

Curel แบบครีมก็ทำได้ดี แต่ผลออกมาชุ่มชื้นน้อยกว่าแบบเจล อันนี้ข้อยไม่รู้จริงๆว่าทำไม เพราะเนื้อครีมมันชุ่มชื้นกว่าเจล แต่ไม่เหนอะเลย (อาบันผิวแห้งบางครั้ง)

Hada Labo เจลกระปุกทองนี่ ยกนิ้วให้เรื่องความเคลือบผิวค่ะ มันแผล่บเลยแหละ ไม่แปลกที่ผลออกมา oil +4 ตลอด แม้ผ่านไปชม.นึงแล้ว ถ้าใครมองหาตัวที่ซีลผิวได้ดี อารมณ์คล้ายๆปิโตรเลียมเจลก็ตัวนี้เลย ส่วนผสมไม่ซับซ้อน มีเซรามายด์เพิ่มเติมมากจากสูตรอื่นของ Hada Labo

ตัวสุดท้าย Mamonde Light Cream สูตรเนื้อบางเบามากกกกก เบาไปสำหรับอาบัน ทาแล้วผิวไม่ค่อยหนักหน้า แต่ผ่านไปชม.นึงหน้าตึงเปรี๊ยะเลย ตึงเป็นเส้นๆ เลยต้องล้างหน้าออกแล้วทาตัวอื่นแทนเพราะอาบันผิวแห้งเกินค่ะ คิดว่าถ้าทาร่วมกับเซรั่มเพิ่มความชุ่มชื้นตัวอื่นน่าจะดี คนที่ผิวมันมากอาจจะชอบตัวนี้น้า

ยังไงนี่ก็คือการทดสอบจาก มโน แล็บ ของอาบันเอง เครื่องมือกิ๊กก๊อกแต่ฟิลมันให้เว่ยเฮ้ย อย่างกะเข้าแล็บระดับร้อยล้าน ฮี่ๆๆ ถึงจะมีความนอยด์ในเครื่องวัดทุกระยะการทดลอง แต่สนุกดีอ่ะ ขอย้ำว่าผลอาจไม่เที่ยงตรงนะคะ ใครมีเครื่องมือดีกว่านี้ให้เค้ายืมหน่อยซี่

18402871_1349742078437196_8249997478853537913_n.png


[แถมค่ะ] ถ้าสงสัยว่าอาบันผิวแห้งขนาดไหน ดูรูปนี้ซูมๆเลยค่ะ มองด้วยตาเปล่าก็เห็นผิวเป็นร้ิวๆตารางๆเส้นๆแบบนี้เลยนี่แหละคืออาการที่อาบันบอกคุณหมอไธรอยด์ว่าจู่ๆปีที่ผ่านมา รู้สึกผิวแห้งมากกกก แห้งจนตึง เจ็บ มันเป็นอย่างนี้แหละค่ะ ลองมาวัดกันกันผลจะเป็นไง (ผมก็แห้งมากกก สงสัยไขมันมาออกันที่พุงกับก้นหมด ตอนนี้หุ่นกระปุกตังฉ่ายมาก แต่ไม่เป็นไร ฉันสวยย่ะ)

18422213_1349705981774139_835676177138757769_o.jpg


ขออภัยที่โชว์ภาพกีบนะคะ จริงใจค่ะ แต่โห… ผิวแห้งเว่อร์

18359464_1349705911774146_673660831987831996_o.jpg


จิ้มผิวจึ้ก! เจ็บมาถึงใจ! ผลติดลบเกือบสุดทุกด้าน!
ความชุ่มชื้น -4
ความมัน -4
ความนุ่ม -4

แง้

18358547_1349706215107449_5530648641361667012_o.jpg


วันก่อนซื้อยากันแดดตัวใหม่ของยูเซริน เขามีแถมสเปรย์ไฮยาลูรอนด้วย กรี๊ดดดด อาบันบ้า hyaluron/hyaluronic acid/sodium hyaluronate อยู่แล้ว ดีใจที่ดันมาจับคู่กับครีมกันแดดที่กำลังจะซื้อพอดีค่ะ (ไว้วันหลังจะมารีวิวกันแดดตัวนี้นะ)

18402223_1349706165107454_2747271042564205178_o.jpg


พ่นๆๆๆเลยค่ะ โหยยยย เอาจริงๆนะ ป๋มไม่ได้โม้ รู้สึกดีมากกกก มันสบายผิวขึ้นมาทันที เย็นสบาย (ไร้แอลกอฮอล์ชนิดทำให้ผิวแห้ง) ฟินเว่อร์ (ร์ แบบ คฮ์ แบบ r ฝรั่งเศส)

18320906_1349706125107458_7054040920493588564_o.jpg


คราวนี้วัดทันทีเลยค่ะ ไม่ต้องรอผิวแห้งเพราะถ้างานนี้ถ้าเครื่องวัดบอกว่าผิวยังแห้งอยู่ล่ะก็ ตูโยนเครื่องทิ้งแน่ พังแล้วอย่างนี้

ปรากฏว่าผลออกมาชุ่มชื้นจาก -4 –> +5 เลยจ้า
ความมันก็ -4 –> +3
ความนุ่มของผิว -4 –> +5

เยี่ยม

18402313_1349705908440813_3123634671997032161_o.jpg


หลังผ่านไป 15 นาทีค่ะ
ความชุ่มชื้นยังดีอยู่
ทำไมความมันถึงเพิ่มขึ้นฟะ ยังไงเนี่ย

ลองอีกสองตัว คือน้ำแร่ Fresh Drop สูตรมะเขือเทศ กับน้ำเปล่า เพื่อดูว่าที่มันชุ่มชื้นขึ้นขนาดนี้เพราะยูเซรินมีอะไรพิเศษหรือว่าสเปรย์น้ำแร่อะไรก็ได้ผลเหมือนกันหมด

18320820_1349705988440805_6304130031078500773_o.jpg


มาดูผลกันค่ะ

สรุปได้ว่า ทั้งน้ำเปล่า Fresh Drop และ Eucerin เพิ่มความชุ่มชื้นได้แป๊บนึง ผ่านไปหนึ่งชม.ทั้งความขุ่มชื้นและความมันลดลงเท่ากับก่อนทดลอง มีแต่ Eucerin ที่ยังคงความชุ่มชื้นไว้ได้มากกว่าเพื่อนหน่อย (หน่อยจริงๆ)

อันนี้คือผลที่ได้จากเครื่องนี้นะคะ ยอมรับว่าไม่ใช่การทดลองที่รัดกุมมาก ตามมีตามเกิดฮ่ะ พยายามแล้วระดับนึง 555

ถ้าให้สรุป ในความรู้สึกส่วนตัว Eucerin จะมีเนื้อสัมผัสเด้งๆกว่า ไม่เหลวเป็นน้ำอย่างสเปรย์น้ำแร่ทั่วไป แต่เวลาสเปรย์ออกมาแล้วเป็นฝอยละเอียดไม่จับตัวพุ่งออกมาเป็นหยดใหญ่จ้า

หนูพึงพอใจจ้า

จบแล้วค่ะวันนี้กับ Mano Lab ใครมีแล็บพันล้าน เครื่องไม้เครื่องมือเสถียรกว่านี้ อย่าลืมชวนอาบันไปเที่ยวเล่นบ้างนะคะ นะๆๆๆๆ

18403617_1349822921762445_7394734238613878812_n.png

 

XOXO

AhbunBkk อาบันเอง

ไปเม้นกัน สั่งสอนบันได้ที่ FB: AhbunBkk ค่า

Advertisements

[รีวิวเล็บปลอม] Dash Diva Magic Press

คนเราก้าวไกลเรื่องปลอมแปลง ขนตาปลอมก็มีไปแล้ว เดี๋ยวนี้เค้ามีเล็บปลอมให้ติดกันแล้ว วันนี้เลยจะมารีวิวเล็บปลอมหลังจากที่ใช้งานจริงมาแล้ว 13 วันค่ะ (เหลือไว้ทำไมอีกวันจะครบสองอาทิตย์ยะ)

ยี่ห้อ Dash Diva Magic Press จากเกาหลี หาซื้อได้ที่ Eve and Boy แหล่งละลายทรัพย์อาบัน เคยนัดพี่แทนแล้วแบตหมด พี่แทนรู้เลยว่าต้องไปหาที่ไหนก่อนเป็นที่แรกในสยาม แฮ่ๆๆๆ

18404116_1347811465296924_3897839597154340446_o

กล่องนึง 490 บาท มี 30 ชิ้น คิดว่าแพงเหมือนกันนะ แต่พอได้ลองแล้วพึงพอใจจ้ะ

—– วิธีใช้ —–
1. เช็ดเล็บให้สะอาดด้วยแผ่นที่ให้มา (อาบันใช้วิธีธรรมดาๆ ล้างมือฟอกสบู่แล้วเช็ดให้แห้ง)
2. เลือกเล็บปลอมชิ้นที่มีขนาดพอดีกับเล็บจริงของเรา
3. ลอกแผ่นพลาสติกด้านหลังออก เล็งให้เล็บชิดโคนเล็บของเรามากที่สุด แล้วแปะเลยค่ะ กดๆๆให้แน่น เสร็จแล้ว!
4. หากยาวไป หรืออยากให้เป็นทรงกลม ก็ตัดแต่งเหมือนเล็บจริงได้เลยค่ะ

—– ความทนทาน —–
จะรีวิวความทนทานใน 3 ด้านค่ะ

  1. วัสดุ – ทนทานมากแม้เนื้อมันนิ่ม มีความยืดหยุ่นไม่ได้แข็งโป๊กแบบพลาสติกแข็งๆ ไม่หักง่าย ตะไบได้สบาย ตัดให้สั้นลงก็ได้

  2. สี – ไม่ลอกเลย แต่เล็บที่มีกลิตเตอร์มีหลุดบ้างหากชอบขูดเล่นอย่างอาบัน 555 ไม่ลอกง่ายอย่างยาทาเล็บ

  3. กาวที่ติดเล็บ – เวลาติดครั้งแรกสงสัยมากว่ากาวมันเป็นยังไง สรุปว่าเหมือนกาวปืนร้อนผสมเทปสองหน้าแบบใสอ่ะ คือหนานิดนึงแต่หยุ่นๆ เหนียวๆ เด้งๆ ตอนแรกนึกว่าจะหลุดภายใน 2-3 วัน แต่นี่ติดทนกว่านั้นมากค่ะ เซอร์ไพรส์สุดๆ เกือบสองอาทิตย์แล้วอ่ะ นี่อาบันใช้งานมือหนักหน่วงตามปกตินะคะ พิมพ์งาน ล้างจาน ทำกับข้าว สระผม เช็ดขัดถูนู่นนี่ ล้างมือฟอกสบู่บ่อยมาก หลุดไปแค่สองนิ้วจ้า

สารภาพว่าวันที่ 9 เล็บกระเด็นหลุดไปนิ้วนึงขณะตากผ้านวม ตกใจแทบสิ้นสติ ลืมไปว่านี่คือเล็บปลอม สภาวะจิตใจตอนนั้นเสียขวัญมากค่ะ 555 นึกว่าเล็บจริงปอกง้างจนหลุด 555 พอหลุดแล้วด้วยความงก เลยแปะใหม่ เฮ้ยยย อยู่ต่อได้อีกสองวันแน่ะ

ตอนนี้ก็ 13 วันแล้ว ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน เริ่มจะเบื่อแล้วเนี่ย (อ่าว)

—– ชอบ —–
– ไม่ต้องตะไบหน้าเล็บออกแบบทำเจล (เคยได้ทำฟรีครั้งนึง นอยด์เรื่องโดนตะไบหน้าเล็บง่ะ) ส่วนลอกแล้วหน้าเล็บจะเสียไหม ต้องดูรูปค่ะ
– สะดวก เร็วมากกกก เล็บนึงทำเสร็จภายใน 2-3 วิ
– มีหลายไซส์ในกล่องให้เลือก
– ทนทาน สีไม่ลอก เล็บไม่หัก น้ำหนักเบา กาวติดทนทาน
– ติดแล้วดูเนียน ไม่ยกตัวลอย

—– ไม่ชอบ —–
– แพงไปนิดค่ะ แต่หากเทียบกับทำเล็บเจลถาวรก็อาจจะถูกกว่านะ แต่ถ้าเทียบกับยาทาเล็บ ยังไงเล็บปลอมแบบนี้ก็แพงกว่าค่ะ
– เวลาเล็บจริงยาวขึ้นแล้วอาบันเอามือสางหรือสระผมทีไร ผมติดเข้าไปในเล็บทุกที ครั้งนึงเคยผมติดเล็บแบบเป็นสิบเส้น แกะไม่ออก ยกมือค้างตั้งนาน ต้องวิ่งหางจุดตูดไปหาพี่แทน ร้อง อี๊ดๆๆๆ ช่วยหนูด้วย ช่วยแกะผมให้หน่อย อิ๋งๆๆๆ รำคาญตรงนี้สุดแระ -_-‘ รำคาญจนตัดสินใจแกะเล็บนิ้วชี้มือซ้ายที่ผมชอบไปติดบ่อยที่สุดออก
– ถึงจะให้มา 30 ชิ้นในกล่อง แต่มันไม่ได้มีขนาดตรงกับเล็บจริงทุกชิ้น อาบันคิดว่าจะใช้วิธีตัดแต่งตะไบจนเท่าเล็บจริงแหละ ก็งกนี่ เรื่องอะไรจะทิ้งไปฟรีๆอย่างนั้นเล่า งั้นสรุปได้ว่า หากสามารถใช้ให้ครบทุกชิ้นได้ ก็จะติดได้ 3 รอบ คำนวนค่าใช้จ่ายแล้ว = 490 บ. / 3 รอบ = 163 บาทต่อรอบ = มี 10 นิ้ว ตกนิ้วละ 16.33 บาท สมมุติว่าอยู่ได้ 21 วัน = นิ้วละ 0.78 บาทต่อวัน จบป่ะ

มะ มาดูรูปกันค่ะ

18422272_1347811508630253_4390898946893461336_o

โคนเล็บเริ่มยาวแล้ว แต่เนียนอยู่นะคะ เล็บไม่ลอย คิดว่าใครอยากทำเล็บออกงานด่วน ถ้ามีไอ้นี่ติดบ้านไว้ จะสะดวกมาก ไม่ต้องรอให้ยาทาเล็บแห้งน่ะ

สังเกตนิ้วชี้ข้างนี้ว่าปลายเล็บมีกร่อนเพราะอาบันชอบเอาเล็บอีกมือมาขูดสันมันเล่นค่ะ หนุกดี

18359092_1347811545296916_4410051286928416423_o

แกะนิ้วชี้ออก หน้าเล็บมีลอกไปบ้างนิดหน่อยเหมือนกัน
ส่วนนิ้วนางนั้น ก็ปลายเล็บเบี้ยวเพราะชอบขูดสันเล่นค่ะ มันมีกลิตเตอร์เลยขูดที่เป็นแผ่นๆกลิตเตอร์น่ะ

—- สรุป —-
ชอบอ่ะ ชอบ สั้นๆเลย หนูชอบบบบบ สะดวกดีค่ะ ถ้าถูกกว่านี้จะเริ่ดมาก ถ้ามีกาวปลอมให้เอาไว้ซ่อมเล็บที่หลุดด้วยจะยิ่งเริ่ด 5555

[รีวิวคสอ.] สเปรย์ Fresh Drop ทั้ง 2 สูตร

วันนี้จะมารีวิวสเปรย์ของ Fresh Drop ซึ่งมีอยู่สองสูตรค่ะ

  1. Pure Mineral Spray
  2. Rose Mineral Spray

    ทั้งสองสูตรซื้อมาต่างเวลากันที่ Eve and Boy เวลามีโปรโมชั่นลดราคา

—– สเปรย์ไปทำไม —–

  • เพื่อความสดชื่นเป็นหลักค่ะ ชอบสเปรย์หน้าด้วยอะไรที่ชุ่มชื้นๆเย็นๆ บางทีก็ใส่ตู้เย็นไว้ เวลากลับมาข้างนอกร้อนๆ โดยเฉพาะหลังจากแว๊นตอนกลางวัน ร้อนมาก ขนาดทากันแดดและปิดหน้ากากสีทึบแล้ว หน้าจะแดงร้อนมาก จะรีบพ่นลดอุณหภูมิผิวก่อนเลย ได้ผลทางสุขภาพผิวมากน้อยแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าได้ผลทางจิตใจค่ะ ยิ่งถ้าได้แช่ตู้เย็นไว้ด้วยนะ หืมมมม สบาย
  • เพื่อเซ็ทแป้งหรือรองพื้นบนหน้า หลังแต่งเสร็จใหม่ๆ หน้าจะแป้งๆ พอพ่นลงไปเบาๆ ห่างๆ (ต้องห่างๆด้วยนะเออ ไม่งั้นน้ำสเปรย์จะจับเป็นเม็ดๆบนหน้า) คสอ.บนหน้าจะเบลนด์ๆ นวลๆ ขึ้น
    ชอบหลายยี่ห้อเลยค่ะ แต่วันนี้จะมาพุดถึงความรู้สึกส่วนตัวหลังได้ใช้ยี่ห้อ Fresh Drop ยี่ห้อของคนไทย

—– รีวิวสเปรย์ Fresh Drop Pure Mineral Spray มีสารสกัดจากมะเขือเทศ —–
Fresh Drop Original

ชอบ

– ขวดเล็ก 50ml พกง่าย ขนาดเล็กให้ทดลองก่อนว่าชอบไหม
– ราคาไม่แพง ประมาณร้อยบาท แต่ใช้ได้นานพอสมควร
– มีส่วนผสมช่วยบำรุงผิวเยอะ
– ไม่มีน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ชนิดทำให้หิวแห้งง่าย
– ละอองละเอียด ไม่เป็นหยดใหญ่ แรงดันโอเค

ไม่ชอบ
– จริงๆนึกไม่ค่อยออกค่ะเพราะไม่ได้ชอบมากขนาดนั้นแต่ก็ไม่ได้เกลียดมันด้วย

สรุป เฉยๆค่ะ แต่จะเก็บไว้เป็นตัวที่เซฟๆ คือไม่ระคายเคืองและละอองละเอียดดี

—– รีวิวสเปรย์ Rose Mineral Spray สารสกัดจากดอกกุหลาบโมโรคโก —-
Fresh Drop Rose
ชอบ
– ขวดเล็ก 50ml พกง่าย
– ราคาโปร 99 บาท
– ไม่มีน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ชนิดทำให้หิวแห้งง่าย
– ละอองละเอียด ไม่เป็นหยดใหญ่ แรงดันโอเค

ไม่ชอบ
– จริงๆ อาบันชอบอะไรที่เป็นกุหลาบมากนะคะ ช่วงนี้บ้าสะสมคสอ.กุหลาบ (แต่ต้องอ่านส่วนผสมก่อนนะ) ตัวนี้มีน้ำกุหลาบเป็นส่วนผสมด้วย แต่พวก antioxidants น้อยกว่าสูตรดั้งเดิมมะเขือเทศเยอะเลย

– ที่ไม่ชอบเลยเพราะว่าฉีดปุ๊บ ทิ้งไว้สัก 15-20 นาที อาบันคันยุบยับแล้วก็แสบเปลือกตา เป็นตุ่มๆ งงว่าทำไม ดูส่วนผสมก็น่าจะอ่อนโยนดีนี่หน่า ไม่เข้าใจ ลองใหม่อีกทีสองสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่หายสนิทแล้ว คราวนี้ยุบยับๆอีกและ “คัน” ค่ะ แขนทั้งสองข้างที่ฉีดข้างละสูตร ข้างที่ฉีดสูตรกุหลาบก็คันนิดๆ ในขณะที่อีกข้าง (สูตรมะเขือเทศ) จะไม่คันเลยเอ… ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ทำไมถึงคันนะ หรือว่าแพ้ส่วนประกอบตัวใดตัวหนึ่งในนี้ถึงแม้ว่าโดยทั่วไปแล้วน่าจะอ่อนโยนนา หรือว่ามันทำปฏิกิริยากับอะไรบนใบหน้าเราหรือเปล่า ไม่แน่ใจและไม่กล้าฟันธง แต่อยากมาแชร์เผื่อใครจะมาแสดงความคิดเห็นหลังใช้เพิ่มเติมเพื่อเปรียบเทียบค่า

สรุป ตัวนี้ไม่ชอบค่ะ ไม่มีกลิ่นกุหลาบ แต่มีน้ำกุหลาบ หากใครไม่แพ้ก็อาจจะชอบนะคะ แล้วแต่บุคคลจริงๆ แต่อาบันขอบายยย

 

—————
หากให้สรุปเปรียบเทียบกันโดยใช้ความเห็นส่วนตัว ทั้งสองสูตรให้ละอองน้ำแร่ที่ละเอียดพอกัน ราคาถือว่าถูกเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นหลายๆยี่ห้อ ตัวมะเขือเทศจะมีสารบำรุงมากกว่าและอ่อนโยนกว่าสำหรับผิวอาบันค่ะใครใช้แล้วรู้สึกยังไง มาแชร์ได้นะจ๊า

 

[รีวิวคสอ.] แป้งผสมรองพื้น Paul & Joe Powder Compact Foundation SPF20 PA++

คราวก่อนรีวิวตัวไพรเมอร์ของยี่ห้อนี้ไปแล้ว (อ่านได้ที่นี่) วันนี้จะมาพูดถึงแป้งผสมรองพื้นของ Paul & Joe Beaute กันบ้าง

17901847_10155170958829664_273871077_o.jpg

ตัวนี้คือ Paul & Joe Powder Compact Foundation SPF20 PA++

ปริมาณ 9 ก. ราคาเต็ม 1,900 บ. (ตอนลด 1,710 บ.)

ตลับ เป็นพลาสติกลายดอกเบญจมาศที่คุณ Sophie Mechaly นักออกแบบเสื้อผ้ายี่ห้อ Paul & Joe ได้แรงบันดาลใจจากลายหมอนวินเทจที่เจอในตลาดขายของเก่า เลยเอามาปรับเป็นโลโก้ยี่ห้อคสอ. Paul & Joe Beaute ซะเลย

ตลับทรงกลมสีชมพูส้มพาสเทล แข็งแรงไม่ก๊องแก๊งค่ะ เปิดมาข้างในมีกระจกด้านบนกับฟองน้ำ

17886905_10155170958494664_941949462_o.jpg

มีแผ่นพลาสติกคั่นชิ้นหนึ่ง จนถึงตอนนี้อาบันก็ยังเก็บแผ่นนี้ไว้หลังใช้ทุกครั้งอยู่ดี กลัวน้ำมันจากผิวหน้าเราที่เปื้อนฟองน้ำจะไปเปื้อนเนื้อแป้งด้วยน่ะ

17859087_10155170958739664_2079845223_o.jpg

มีการกดลายดอกเบญจมาศบนหน้าแป้งด้วยค่ะ ตอนใช้นี่ไม่อยากให้ลายมันหายไปเลย

17887088_10155170958719664_2077393655_o.jpg

เนื้อแป้ง มีกลิ่นดอกส้มตามสไตล์ของ Paul & Joe Beaute เนื้อแป้งละเอียด ผสมกันแดดมาด้วย SPF20 PA++ อาบันว่าคุมมันได้บ้างนะคะ อาบันใช้คู่กับไพรเมอร์ของเขาตลอดค่ะ

จะลองเนื้อแป้งให้ดูบนหลังมือดังนี้

17838766_10155171490624664_1032804571_o.jpg
ผิวเปล่าๆ
17887272_10155171490664664_2024738235_o.jpg
ทาแป้งแล้วขาวเนียนขึ้นมาทันที 
17886830_10155171519609664_1061321111_o.jpg
เทียบฝั่งน้ำเงินที่ทาไพรเมอร์+แป้ง และฝั่งสีเขียวที่ทาแต่แป้งอย่างเดียว

จะเห็นได้ว่าถ้าทาไพรเมอร์ก่อน ผิวจะยิ่งดูเนียนขึ้น ไม่ค่อยเห็นรูขุมขนค่ะ

ส่วนผสม แปะส่วนผสมเผื่อใครอยากทราบ

17838485_10155171074569664_1551540815_o.jpg

สรุป

ชอบ

  • ตลับสวย กระทัดรัด พกง่าย แข็งแรง
  • เนื้อแป้งเนียน ผสมกันแดดมาให้ในระดับหนึ่ง
  • กลิ่นหอมดอกส้มอ่อนๆ (แต่ถ้าใครไม่ชอบก็คงไม่ชอบไปเลย)

ติตรง

  • ให้กันแดดมาน้อยไป ไม่พอแน่นอนค่ะ ยังไงก็ต้องทากันแดดตัวที่มีประสิทธิภาพสูงๆประกอบด้วย
  • เท่าที่ลองมาที่เคาน์เตอร์ ยังไม่มีค่อยมีสีเข้มๆเท่าไหร่ แต่อาบันใช้สีขาวของเขาได้อยู่

ถ้าโดยรวมคือค่อนข้างพึงพอใจกับตัวนี้ค่ะ ยิ่งใช้คู่กับไพรเมอร์ของ Paul & Joe Beaute แล้วหน้ายิ่งเนียน เท่าที่ใช้อยู่ก็ติดทนปานกลาง ไม่ทำให้หน้าแห้งหรือมันเกินไป ต้องซับหน้าบ้างหลังผ่านไปแล้ว 4-5 ชม. แต่อาบันต้องซับหน้าอยู่แล้วอ่ะค่ะไม่ว่าจะใช้แป้งยี่ห้ออะไร แต่ตัวนี้โอเคตรงที่ซับแล้วหน้ายังผ่องอยู่ถึงจะมีแป้งหลุดติดกระดาษซับมันออกมานิดนึง

ทั้งนี้นี่เป็นความเห็นส่วนตัวจากประสบการณ์ใช้จริงของอาบันนะคะ ใครสนใจไปลองเล่นดูก่อนที่เคาน์เตอร์เซ็นทรัลลาดพร้าวและสยามพารากอนได้เลยค่ะ บีเอที่พารากอนน่ารัก ตลกด้วย อาบันชอบไปเล่นเบร้อกับเขา สนุกดี ใจดีให้ลองได้เล่นที่เคาน์เตอร์ได้ไม่ดุจ้า

คราวหน้าจะมีรีวิวอะไรใหม่ๆเรื่อยๆ อย่าลืมกดติดตามในเฟซ AhbunBkk และช่วยแชร์ช่วยคอมเม้นท์ด้วยน้า

XOXO

AhbunBkk

อาบันเอง

[รีวิวคสอ.] Paul & Joe Beaute ไพรเมอร์ Moisturizing Foundation Primer S SPF15 PA+

เดินเล่นที่พารากอนช่วงมิดไนท์เซลที่ผ่านมา จนเจอเคาน์เตอร์เครื่องสำอางยี่ห้อ Paul & Joe Beaute (พอลแอ่นด์โจ) ตกใจเลยเพราะเกือบสิบปีที่แล้วได้มั้ง อาบันเคยเป็นแฟนยี่ห้อนี้อยู่ก่อนที่จะหายไปจากเมืองไทยนานหลายปีมาก ในที่สุดก็เอากลับเข้ามาที่เซ็นทรัลลาดพร้าวและพารากอนค่ะ

ยี่ห้อนี้จะดังเรื่องไพรเมอร์ อาบันเลยจัดตัวยอดฮิตสุดของเขามา มาดูรีวิวกันค่ะ

Moisturizing Foundation Primer S (Serum, Makeup Base) SPF 15 PA+

ขนาด 30 มล. ราคาเต็ม 1,400 บ. (ราคาลด 1,260 บ.)

17859050_10155170958764664_976878803_o

อย่างแรกเลย ดีไซน์แพ็กเก็จทุกอย่างดีงามมาก ชอบตั้งแต่สมัยเกือบสิบปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นกล่องจะเป็นพื้นสีฟ้าแทน ขวดน่ารักมาก ดูเจ้าหญิง ไม่ก๊องแก๊งถ้าจะพกจะหนักหน่อย แต่มันดีต่อใจมาก

ส่วนผสม

17886953_10155171074604664_2060165992_o.jpg

[ต่อไปนี้จะเป็นการวิเคราะห์ส่วนผสมแบบมือสมัครเล่นนะคะ เราไม่ได้เรียนมาด้านนี้แต่ใจชอบเลยค่อยๆสังเกตและอ่านข้อมูลบ่อยๆจนพอจำข้อมูลของสารเคมีหรือสารสกัดบางตัวได้ ใช้เป็นแนวทางหลักๆเวลาจะตัดสินใจซื้อคสอ.ค่ะ พลิกอ่านฉลากสักพักจะพอเดาได้ว่าทิศทางของคสอ.ชิ้นนี้ไปทางไหน อาจไม่แม่นมากนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณ]

  • มีน้ำสกัดจากดอกส้มเยอะ สารให้ความชุ่มชื้นอย่าง glycerin, dipropylene glycol และ  glycols อื่นๆทั้งหลาย ส่วนมากถ้าเห็นคำว่า xxx glycol ให้เดาก่อนเลยว่าเป็นแอลกอฮอล์ชนิดให้ความชุ่มชื้นที่ดีต่อผิว
  • มีพวกสารซับความมันอย่าง nylon-12 และ talc ตัวนี้อาบันเคยเห็นในแป้งซับความมันหลายยี่ห้อเลย
  • น้ำมันดีต่อผิว jojoba oil
  • สารเต็มน้ำให้ผิวอย่างตระกูล hyaluronic acid หลายชนิดรวมอยู่ในขวดนี้
  • วิตามินอี
  • สารสกัดจากดอก ใบ ผลทั้งหลายแหล่ ขนกันเข้ามา (ยังแพ้ Innisfree ที่มักใช้ชุดสารสกัดดอกไม้ ผลไม้ ผักพืชแบบจัดเต็ม) ส่วนมากพวกนี้ช่วยในเรื่อง anti-oxidants
  • มี BHA นิดหน่อย
  • สารทำให้หนึบติดผิว ยืดหยุ่นแบบพลาสติกอย่าง  acrylates copolymer, carbomer และ xanthan gum
  • ซิลิโคนที่ใส่มาเพื่อเติมร่องผิวให้ดูตื้นขึ้น ซิลิโคนยังช่วยเรื่องความชุ่มชื้นด้วย

ตินิดหน่อยสำหรับคนที่ถือ คือมีน้ำมันแร่ mineral oil, talc, น้ำหอม และ สารกันเสียอย่าง methylparaben อันนี้คือสำหรับคนที่นอยด์จริงๆ แต่อาบันไม่ถือค่ะ เพราะยังไม่มีวิจัยชี้ชัดว่าก่อมะเร็งจริงๆ อีกอย่างคือเราใช้ในปริมาณน้อยและไม่ได้ทาทุกวัน ชิลๆค่ะ

สรุปคือ ตัวนี้เน้นให้ความชุ่มชื้น มี antioxidants ต่อต้านริ้วรอย ใช้แล้วรูขุมขนดูตื้นขึ้น และน่าจะเกาะผิวได้ดี –> จบปัง! ยืนอ่านฉลากที่เคาน์เตอร์แล้วใจโอนเอียงไปเรียบร้อยจ้ะ ให้ผ่านอย่างแรง ถ้าจะแพ้ก็น่าจะแพ้พวกซิลิโคนหรือน้ำหอมนี่แหละ งั้นเรามาลองเทสต์ดูดีกว่า

17887276_10155170958794664_1375116608_o

หัวปั๊ม ปกติอาบันจะกดแค่ครั้งเดียวแล้วเกลี่ยให้ทั่วหน้าบางๆ เพราะก่อนหน้านี้เราก็ลงมอยซ์เจอไรเซอร์แล้ว เลยไม่อยากทาให้หนาเกินไปค่ะ อีกอย่างยี่ห้อนี้จะค่อนข้างขาวมาก ขนาดอาบันเลือกสีที่เข้มกว่าที่บีเอแนะนำให้แล้วยังขาวเลยค่ะ โชคดีที่สีผิวธรรมชาติเราค่อนข้างขาวเลยไม่ทำให้วอก คนที่สีผิวเข้มหน่อยต้องไปลองก่อนนะคะ

กลิ่น หอมอ่อนๆ กลิ่นดอกส้มที่เป็นซิกเนเจอร์ของยี่ห้อนี้ ดมทีเดียวจำได้เลยว่ากลิ่นเดิมกับเมื่อสิบปีที่แล้ว หอม ไม่ฉุน กลิ่นจะค่อยๆจางหายไปหลังจากทาค่ะ

เนื้อสัมผัส รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ให้ความชุ่มชื้น แต่ไม่มัน ไม่เหนอะ เนื้อเหลวๆ เกลี่ยง่าย สดชื่นเย็นๆด้วย ไม่หนักหน้า

17887229_10155170958524664_42842552_o

การปกปิด เนื้อไม่หนาไม่บาง เป็นไพรเมอร์ที่มีสีอ่อนๆ ทำให้หน้าสว่างขึ้น (แต่ระวังอย่ามือหนักจนหน้าวอกนะคะ) แต่ไม่มีเม็ดสีเยอะจนขั้นจะปกปิดผิวได้อย่างรองพื้น มีชิมเมอร์เป็นประกายเล็กๆ ต้องเพ่งถึงจะเห็น แต่ที่ชอบคือทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นค่ะ ดูในรูปข้างล่างจะเทียบกับตอนยังไม่ได้ทาได้ว่าผิวดูเบลอๆขึ้น สว่างขึ้น

17887008_10155170958519664_119186401_o

สรุป

ชอบ

  • ขวดน่ารัก ดีไซน์สวย
  • กลิ่นหอม
  • สัมผัสชุ่มชื้น ไม่หนักหน้า
  • เราไม่แพ้ค่ะ และกลับมาก็ล้างหน้าให้สะอาดหมดจดอยู่แล้ว
  • ผิวดูเรียบเนียน สว่างขึ้น มีชิมเมอร์ที่เล็กละเอียดมาก ไม่เว่อร์เกิน
  • ติดทนพอสมควร เหงื่อแตก ซับๆแล้วหน้าก็ยังผ่องได้อยู่

ติตรง

  • มีกันแดดให้นิดเดียว ไม่พอเพียงน้า SPF15 PA+ –> PA มีบวกมาให้แค่ตัวเดียวเอง ต้องทากันแดดเพิ่มหรือโบ๊ะแป้งผสมกันแดดเพิ่มค่ะ
  • สีค่อนข้างขาวมาก ขนาดลองสีเข้มสุดยังขาวเลยค่ะ แต่อันนี้ผิวใครผิวมัน ผิวอาบันขาวอยู่แล้วเลยพอได้ค่ะ แต่เอาจริงๆ อาบันยังต้องปัดบรอนเซอร์เพิ่มไล่กรอบหน้ากับหน้าแก้มนิดนึง ไม่งั้นขาวมากกก 5555

สรุปคือชอบตัวนี้ค่ะ รู้สึกดีทุกมิติที่ใช้ 555 สัมผัสดี ส่วนผสมโอ ขวดสวย ใช้แล้วผิวดูดี กลิ่นก็หอมบางๆ หอมแป๊บเดียวก็หายไม่ติดทั้งวันให้รำคาญ แต่ทั้งนี้นี่เป็นความเห็นส่วนตัวจากประสบการณ์การใช้ของอาบันนะคะ ใครสนใจต้องไปพิจารณาต่อว่าจะใช่สำหรับตัวเองด้วยหรือเปล่า

เดี๋ยวโพสท์หน้าจะรีวิวแป้งผสมรองพื้นและอื่นๆของยี่ห้อนี้มาอีกค่ะ อย่าลืมติดตามกันด้วยน้า

XOXO

Ahbun อาบันเอง

รีวิวเคลนซิ่งวอเตอร์ 5 ยี่ห้อแบบชัดๆ

คราวก่อนอาบันรีวิวเปรียบเทียบ lip and eye makeup removers ไปแล้ว วันนี้มาดู cleansing water ที่อยู่ในวิดีโอ CosmeCast ตอน 03 Facebook: AhbunBkk คอสเม่แคสต์ ตอน 03 กันบ้างค่ะ

Screen Shot 2017-03-10 at 3.53.38 AM

อาบันใช้เครื่องสำอาง (คสอ.) เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เช็ดคสอ.ดังนี้จ้า ทุกชิ้นติดทนนาน กันน้ำอย่างแรงงงว์

20170311_210225

ชิ้นแรก รองพื้นที่ขึ้นชื่อว่าติดทนทานที่สุดยี่ห้อหนึ่ง Estee Lauder Double Wear

ชิ้นที่สอง อายไลน์เนอร์ Bobbi Brown Long-wear Gel Liner

ชิ้นที่สาม ดินสออายไลน์เนอร์ Innisfree Always New Auto Liner

ชิ้นที่สี่ ลิปสติก Yves Saint Laurent

ชิ้นที่ห้า ลิปทินต์ Innisfree

ชิ้นที่หก ลิปสติกแบบลิขวิด 4U2 Kiss Me Harder


ตัวเลือกในการทำความสะอาดผิวมี 5 ตัวดังนี้

20170311_212603.jpg

วิธีทดสอบ

โปะสำลีที่ชุ่มๆลงไปประมาณ 10 วินาที แล้วค่อยๆเช็ดออก ได้เท่าไหนเท่านั้นค่ะ บางยี่ห้อต้องเช็ดนานหน่อย บางยี่ห้อแป๊บเดียวก็ออกแล้ว แต่ทุกยี่ห้อใช้เสร็จแล้ว อาบันจะล้างตามด้วยโฟมล้างหน้าเสมอค่ะ

1. Mizumi Smooth Cleansing Water 

ปริมาณและราคา 500 ml / 245 บาท (ตอนลด)

ความรู้สึกระหว่างใช้ ยี่ห้อนี้โฆษณาจุดเด่นว่า “นุ่มลื่นเหมือนไม่ได้ใช้สำลี” ตอนใช้ก็รู้สึกว่าลื่นปรื้ดดดดจริงนะ ไม่แสบเวลาใช้ หน้าจะมันหน่อยถึงจะเคลมว่า “100% oil-free” แต่อาบันล้างตามด้วยโฟมอยู่แล้วค่ะเลยไม่ค่อยกังวลมาก ถ้าวันไหนไม่ได้ตามด้วยโฟม หน้าจะมันมากกกกจนเพื่อนทักเลยจ้า

ประสิทธิภาพ ดูรูปกันได้เลยค่า

20170311_214139.jpg

Before

20170311_214210.jpg
โปะลงไป 10 วินาที
20170311_214227.jpg
หลังวางสำลีไว้ 10 วินาที คสอ.ละลายออกมาเล็กน้อย
20170311_214344
After

สรุป อ่อนโยน ไม่แสบตา รู้สึกสดชื่นเวลาเช็ดค่ะ จะเห็นได้ว่าเช็ดรองพื้นออกหมดจด แต่อายไลเนอร์ มาสคาร่า ลิปสติก ลิปทิ้นท์ และลิปแม็ต จะเหลือคราบอยู่ ควรใช้ lip and eye remover สำหรับรอบดวงตากับปากดีกว่านะ

2. Son & Park Beauty Water

ปริมาณและราคา 340 ml /  910 บาท

ความรู้สึกระหว่างใช้ ความรู้สึกแรกคือหอมมมม เขาบอกว่ากลิ่นหอมที่ได้มาจากน้ำมันสกัดค่ะ ฟังดูก็น่าเสี่ยงเรื่องแพ้บ้าง แต่อบ.ไม่แพ้ ตอนเช็ดรู้สึกเย็นสดชื่น ไร้แอลกอฮอล์ ชอบตัวนี้มาก เค้าบอกว่าเป็นโทนเนอร์ด้วย บำรุงด้วย เช็ดคสอ.ก็ได้ด้วย ถูกคิดค้นโดยช่างแต่งหน้าชื่อดังของวงการที่สุดท้ายก็ป๊อบในหมู่ดาราเกาหลี ส่วนตัวแล้วอาบันชอบดีไซน์ขวดจัง สี่เหลี่ยมทรงสูง เรียบๆ ดูดีไม่รกตา

ประสิทธิภาพ ดูรูปกันเลยค่า

20170311_2141391.jpg
Before
20170311_214457.jpg
หลังโปะ 10 วินาที
20170311_214537.jpg
After

สรุป รองพื้นกับอายไลเนอร์แบบดินสอออกดีนะคะ แต่ที่เหลือยังเอาออกไม่ค่อยหมดจด

โหย จากรีวิวนี้ทำให้เห็นเลยว่ามาสคาร่าของคิสมี Kiss Me ติดทนสุดๆอ่ะ และยิ่งเห็นเลยว่าควรใช้ที่เช็ดคสอ.จำเพาะสำหรับพวกคสอ.รอบตาและปากนะ ไม่เชื่อกลับไปดูโพสท์รีวิวอันเก่าของบันได้ค่ะ ออกโม้ดอย่างง่ายดาย

3. Nivea Bright Acne Oil Control Make Up Clear Cleansing Water

ปริมาณและราคา 200 ml /  บาท

ความรู้สึกระหว่างใช้ สดชื่น เย็นๆ รู้สึกกระชับผิว มีกลิ่นบางเคมีอย่างนิดๆที่ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร ตัวนี้พี่แทนใช้ในวิดีโอแล้วบ่นว่ามีไอแสบตาตอนเช็ดรอบตาอ่ะ

ประสิทธิภาพ ดูรูปกันได้เลยค่า

20170311_214732
หลัง 10 วินาที
20170311_214815.jpg
After

สรุป อุ้ย…อยู่ครบเลยแม้กระทั่งรองพื้น ไอ้ย่ะ… แต่ตอนใช้ฟินอยู่นา สดชื่นดีออก แต่สงสัยต้องเก็บไว้ใช้ตอนแต่งหน้าเบาๆจะเหมาะกว่า

แต่ eye makeup remover ของเขาที่ต้องเขย่าก่อนใช้นี่ใช้ดีเลยจากการรีวิวครั้งก่อนนะคะ

4. Nu Formula Mineral Cleansing Water Extra Fresh and Clean

ปริมาณและราคา 100 ml / 190 บาท

ความรู้สึกระหว่างใช้ สดชื่นดีค่ะ คิดว่าพวกเคลนซิ่งวอเตอร์ส่วนมากจะให้สัมผัสแบบนี้อยู่แล้ว สบายผิวและไม่แสบ

ประสิทธิภาพ ดูรูปกันได้เลยค่า

20170311_214943.jpg

Before

20170311_215042
โปะ 10 วินาที
20170311_215128.jpg
After

สรุป พลังแข็งแกร่งใช้ได้นะเนี่ย ลบคสอ.ออกเกือบหมด เหลือแต่มาสคาร่าและลิปทินท์สุดทนของ Innisfree ค่ะ 5555 (จะรีวิวที่เช็ดคสอ.แต่กลายเป็นว่าได้โชว์ความแน่นของลิปทินท์แทนเลย)

5. Garnier Micellar Cleansing Water For Sensitive Skin (สีชมพู)

ปริมาณและราคา 125 ml / 79 บาท (ตอนลดราคา)

ความรู้สึกระหว่างใช้ อ่อนโยนดีอ่ะ ไม่แห้ง สมกับที่บอกว่าผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ ไม่มีแอลกอฮอล์หรือน้ำหอม

ประสิทธิภาพ ดูรูปกันได้เลยค่า

20170311_220001.jpg
Before
20170311_220059.jpg
หลังโปะ 10 วินาที
20170311_220129-2.jpg
After

สรุป เหยยยย…อันนี้ม้ามืดสุด ไม่เคยคิดสนใจยี่ห้อนี้เลย จนเห็นวางลดราคาอยู่เลยลองหยิบมาค่ะ เค้ามีสองสูตร สีฟ้าสำหรับผิวมันและเป็นสิวง่าย กับสีชมพูสำหรับผิวแห้งและแพ้ง่าย สีฟ้ามีแอลกอฮอล์นะ อาบันเลยเลี่ยงมาลองสีชมพูที่ไม่มีดีกว่า ทั้งสองสูตรมีส่วนผสมที่เหมือนกันเป๊ะ ยกเว้นแอลกอฮอล์นี่แหละค่ะ

มาดูรูปข้างบนกัน ขนาดมาสคาร่ายังออกบ้างเลย แต่ลองเพ่งดูดีๆ รอยอายไลเนอร์กับลิปทั้งหลายยังพอมีอยู่จางๆบ้าง ยังไงก็ถือว่าทำได้ดีเลย


มาเทียบภาพ After ของทั้ง 5 ยี่ห้อกันชัดๆอีกทีค่ะ

เรียงจากซ้ายไปขวา: Mizumi / Son&Park / Nivea / Nu Formula / Garnier


พอจะได้ไอเดียกันหรือยังคะว่าแต่ละตัวเป็นยังไง ผลที่ได้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของอาบัน ทั้งนี้พยายามทดสอบแบบไม่ให้มี bias มากที่สุดแล้วนะคะ และทุกชิ้นซื้อเองค่า ใครชอบไม่ชอบตัวไหน หรือว่าชอบยี่ห้ออื่นก็มาแชร์กันบ้างนะคะ


สามารถติดตามรีวิวคสอ.อื่นๆได้ที่ Facebook: AhbunBkk

ให้กำลังใจด้วยการกดไลค์และแชร์กันด้วยน้า

XOXO

Ahbun อาบันเอง

รีวิวแผ่นมาสก์ Innisfree

จากตอนที่แล้วที่รีวิวมาสก์ชีทของ The Saem ไป วันนี้จะมาแกะซองมาสก์ของอินนิสฟรี Innisfree มั่งค่ะ ซึ่งยังเป็นของเกาหลีอยู่ จะว่าไปอาบันชอบมาสก์ของเกาหลีนะคะเพราะว่าถูกกว่าของยี่ห้อประเทศอื่นหลายยี่ห้อ แถมส่วนผสมก็ดี๊ดี แต่ละเจ้าพยายามงัดลูกเล่นมาแข่งกันเพราะตลาดเครื่องสำอางเกาหลีดุเดือดมากค่ะ มีหลายยี่ห้อใหม่ๆเกิดขึ้นเพียบ ผู้บริโภคอย่างเราเลยสบายแฮ มีของดีๆให้ใช้ตลอด อีกอย่างที่ชอบคืออุตสาหกรรมเกาหลีไม่หยุดค้นคว้านวัตกรรมและส่วนผสมใหม่ๆเรื่อยๆ ขยันมากๆ จะเห็นได้ว่าทำอะไรใหม่ๆออกมาให้โลกคสอ.ต้องทำตามเยอะ เช่น คุชชั่น บีบี เมือกหอยทาก ฯลฯ

อ่ะ มาดูกันค่ะว่าอาบันจะฟินหรือไม่ฟินกับมาสก์ชีทของ Innisfree

เนื่องจากเคยรีวิว The Saem ไปแล้ว อาบันเลยจะมีการเปรียบเทียบด้วยนิดหน่อยนะคะ

ปริมาณและราคา 20ml / 50 บาท

อีกตามเคย อาบันซื้อตอนมีโปรโมชั่นค่ะ ซื้อ 10 แถม 5 แผ่น บางครั้งนานๆทีจะเป็น 10 แถม 10 ด้วยนะคะ

เวลามีโปรแบบนี้ แผ่นหนึ่งจะตกประมาณ 25-33 บาทค่ะ อาบันจะซื้อตุนเอามาแบ่งเพื่อนๆ หรือจัดเซ็ทของขวัญให้เพื่อนๆพี่ๆ คือชอบสิ่งไหนก็ให้สิ่งนั้นกับคนอื่นอ่ะ แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเค้าจะอยากได้หรือเปล่า 5555 เอาน่า…

ในเว็บของอินนิสฟรี Global มีโปร 10 แถม 10 บ่อย รู้สึกว่าจะตอนนี้เลยแต่จะมีค่าขนส่งจากต่างประเทศด้วยหากซื้อไม่ถึง $60 หรือไงเนี่ยแหละค่ะ อาบันเลยจัดมาให้ครบทุกกลิ่นทุกสูตรไปเลย แต่จะมาเฉลยว่าชอบสูตรไหนมากที่สุดค่ะ

Screen Shot 2017-03-16 at 10.40.33 PM.png

ซองนึงมีปริมาณสุทธิ 20 มล. ในขณะที่ของ The Saem มี 21 มล. ต่างกันไม่มากค่ะ

วันนี้จะเอาซองของสูตร Kiwi กีวี่มาโชว์นะคะ แกะซองเลยสดๆ

17311528_10155083539569664_931024711_o.jpg

ด้านหลังซองเป็นแบบนี้ ดูส่วนผสมได้ค่ะ

17349106_10155083539519664_1085759504_o

ส่วนผสม

จะว่าไปแต่ละสูตรของมาสก์แผ่น Innisfree ไม่เหมือนกันซะทีเดียวนะคะ จะมีตัวเด่นๆที่ต่างออกมาบ้าง อาบันจะหยิบอันที่ตัวเองพอเข้าใจมาให้ดู

อย่างแรกคือ พอเทียบสูตรแล้วสังเกตว่า

  1. ทุกสูตรจะมีสารให้ความชุ่มชื้นเยอะ ทั้งแอลกอฮอล์ดี (ชนิดไม่ทำให้ผิวแห้งแต่ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวแทน) กลีเซอรีน hyaluronic acid ที่อาบันเคยบอกว่าเป็นสารประกอบโปรด ถ้าเจอจะ bias ใส่ทันที –> ตรงนี้คุ้นๆไหมคะ คล้ายๆของ The Saem เลยจะว่าไปแล้ว
  2.  จะสังเกตได้ว่า Innisfree ชอบใส่สารสกัดพืชผักผลไม้ที่เป็นตัวยืนพื้นของยี่ห้อ เจอได้ในผลิตภัณฑ์หลายตัวของเขาค่ะ เคยลองไปหาข้อมูลดูก็พบว่าใส่มาเพื่อเป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ ป้องกันและซ่อมแซมผิวจากอนุมูลอิสระ

    Citrus Paradisi (Grapefruit) Fruit Extract, Opuntia Coccinellifera Fruit Extract, Camellia Japonica Leaf Extract, Camellia Sinensis Leaf Extract, Orchid Extract, Citrus Unshiu Peel Extract

  3. มีน้ำหอมทุกสูตร เพราะฉะนั้นใครแพ้น้ำหอมหรือไม่ชอบกลิ่นก็คงต้องบาย แต่อาบันชอบหลายกลิ่นแถมไม่แพ้ด้วย แต่ยอมรับว่าเรื่องกลิ่นนี่มันทางใครทางมันจริงๆ บางคนชอบกลิ่นนี้ บางคนไม่ชอบเอาซะเลย ต้องลองกันเองค่ะ
  4. พอเทียบทุกสูตรแล้วถึงได้เห็นว่าสามารถแบ่งสูตรตามน้ำเอสเซนส์ในซองมาสก์ได้เป็นสองสูตร

    คือสูตรที่ให้ความชุ่มชื้น โปะแล้วหน้าจะมันขึ้นเล็กน้อย แต่หน้าจะนุ่มขั้นสุด น่าจะเหมาะกับผิวแห้งหรือผิวที่ต้องการการบำรุงอย่างเร่งด่วน

    และสูตรที่สองคือสูตรที่เย็นสดชื่นบางเบาหน่อยเพราะใส่แอลกอฮอล์มา ลองไปดูทีละสูตรกันค่ะ

สูตรที่น้ำเอสเซนส์จะออกขาวขุ่นๆนมจางๆ ให้ความชุ่มชื้นสูง ได้แก่

  • สูตรกีวี่ kiwi –> น้ำเอสเซนส์หอมดี มีแอลกอฮอล์ชนิดให้ความชุ่มชื้น (ต่างกับแอลกอฮอล์ alcohol/denat.alcohol/ethanol ที่อาจทำให้ผิวแห้งได้)
  • สูตรแบล็กเบอรี่ black berry –> อันนี้อาบันชอบมากกก หอมเบอรี่ สดชื่น น้ำเอสเซนส์เป็นเหมือนสูตรกีวี่เด๊ะๆ ยกเว้นแค่ใส่สารสกัดแบล็กเบอรี่แทนกีวี่แทน
  • สูตรข้าว rice –> สูตรเดียวกับข้างบนต่างกันแค่ที่ใส่สารสกัดข้าวแทนผลไม้ หอมข้าวค่ะ อันนี้ออกแนวพอกไปหิวไปนิดหน่อย โฮะๆๆๆ
  • สูตรอาซาอิ เบอรี่ acai berry  –> เหมือนกับตัวข้างบน หอมสดชื่น ผลไม้หวานอมเปรี้ยว
  • สูตรเชีย บัตเตอร์ shea butter –> เหมือนข้างบนเป๊ะๆค่ะ เว้นแต่ใส่สารสกัดเชียร์บัตเตอร์พวกนี้ใช้แล้วหน้านุ่มชุ่มชื้นมันกว่าสูตรที่ผสม alcohol

สูตรน้ำเอสเซนส์บางเบา มีแอลกอฮอล์แต่ใส่สารให้ความชุ่มชื้นตัวอื่นมาด้วย ได้แก่

  • สูตรมะนาว lime –> กลิ่นค่อนข้างซันไลท์ 555 ตัวนี้อาบันชอบน้อยสุด แต่เคยอ่านรีวิวของฝรั่งกับเกาหลี สงสัยน้ำยาล้างจานเค้ากลิ่นไม่เหมือนของเรา (หรือเปล่า?) เค้าเลยชอบกันมากเลยทีเดียว

    อย่างไรก็ตาม ตัวนี้มีส่วนผสมที่อาบันตาลุกวาวคือ Niacinamide หรือวิตามินบี 3 ตัวนี้เจ๋งมาก ทำให้ผิวเนียน ดูสว่างขึ้น รูขุมขนลดลง มาสก์นี้ใส่มาเยอะด้วย แต่มีแอลกอฮอล์ค่ะ (แต่สังเกตว่าถึงจะใส่แอลกอฮอล์มา แต่ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นอื่นๆอีกเพียบ เลยไม่ทำให้อาบันหน้าแห้งค่ะ)

  • สูตรสตรอเบอรี่ strawberry –> น้ำออกใสๆ เย็นสดชื่น บางเบากว่า ส่วนผสมเหมือนของมะนาวเลยค่ะ ใส่ niacinamide มาเต็มเช่นเคยและมีแอลกอฮอล์ด้วย แต่ๆๆๆๆๆ

    แต่ตัวโตๆๆๆๆ อาบันชอบสูตรนี้มว๊ากค่ะ เวลาไม่สบายๆ กำลังซึมๆ นอนซมเพราะเป็นไข้หวัด อาบันจะพยุงร่างฮิปโปของตัวเองลุกขึ้นไปแกะมาสก์นี้มาแปะหน้า แหม่…ทั้งลดไข้ไปทั้งบำบัดไปด้วยกลิ่น เพราะหอมสตรอเบอรี่มากค่ะ…

    รู้มะว่าอาบันถึงกับเคยต้องออกไปซื้อแยมสตรอเบอรี่มาทาหนมปังกินหลังทามาสก์ตัวนี้ 5555555 ยอมอ่ะ

  • สูตรทับทิม pomegranate –> อุ๊ย ตัวนี้ไม่เหมือนใครเลย คือน้ำเอสเซนส์คล้ายแบบ strawberry และมะนาว มีแอลกอฮอล์ แต่ตัวนี้ไม่มี niacinamide แฮะ
  • สูตรแตงกวา cucumber –> เหมือนสูตรทับทิม คือมีแอลกอฮอล์และไม่มี niacinamide เน้นให้ความสดชื่น ชุ่มผิวแต่ไม่มัน
  • สูตรน้ำผึ้ง Manuka Honey –> มีแอลกอฮอล์แต่…อาบันมโนไปเองหรือเปล่านะว่ามันชุ่มชื่นมาก หรือว่าเพราะเราคิดว่ามันน้ำผึ้งหว่า? สรุปคือกลิ่นน้ำผึ้งม๊ากมาก แบบน้ำผึ้งเลย ยังกะเอาน้ำผึ้งมาราดหน้า หอมหวานมากค่ะ และทำให้หิววาฟเฟิลด้วย
  • สูตรกุหลาบ rose –> เหมือนตัวทับทิม แตงกวาและน้ำผึ้ง ทั้งสี่สูตรนี้ดูให้ส่วนผสมน้อยกว่าสูตรอื่นแต่ให้ความฟินเรื่องกลิ่นแทน อะไรจะหอมกุหลาบขนาดเน้!
  • สูตรชาเขียว green tea –> ตัวนี้มีชุดส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้นที่พบได้ในทุกสูตรของ Innisfree มีแอลกอฮอล์และ lactic acid หรือ AHA ที่ช่วยผลัดผิวด้วยค่ะ สูตรอื่นไม่เห็นมีเลย เออ แปลกดี

แผ่นมาสก์

17349553_10155083539654664_1691858991_o

แผ่นใหญ่กว่าหน้าบันเล็กน้อย ชุ่มน้ำดี แต่แผ่นหนากว่าของ The Saem น้ำเลยไม่ได้ไหลหกออกมาอะไรขนาดนั้น

17311706_10155083539469664_1962816166_o

พอโปะหน้าแล้วเป็นแบบนี้ค่ะ รอบดวงตาจะรีๆกว่าของ The Saem เกาะหน้าได้ดีแต่ดีน้อยกว่าของ The Saem

สรุปความรู้สึกส่วนตัว

สรุปว่าชอบค่ะ มีหลายกลิ่นหลายสูตรให้เลือก เวลาจัดโปรโมชั่นแถมจะคุ้ม อาบันจะรอช่วงนี้แหละซึ่งเขาจัดบ่อยนะคะ ปีหนึ่งหลายรอบอยู่

อาบันว่าให้ความชุ่มชื้นดี ใช้แล้วหน้านุ่มขึ้น เหมาะกับเวลาเครียดๆแล้วต้องการผ่อนคลาย หรือเวลาไปต่างจังหวัดหรือที่ไหนร้อนๆ กลับมาแล้วผิวพัง โประมาสก์แล้วชื่นใจมากค่ะ ผิวก็นุ่มขึ้นด้วย (แต่มันไม่นุ่มถาวรหรอกนะ)

น้ำชุ่มซอง เหลือให้เอามาทาคอ แขน ขาได้อีก

ที่ไม่ชอบก็อาจจะเป็นกลิ่นของบางสูตร มันฉุนไป แต่เรื่องนี้น่าจะเป็นความชอบไม่ชอบส่วนบุคคลแล้วล่ะ


อาบันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเคมีคสอ. แต่ชอบมั่กๆเลยน่ะ แล้วก็นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ทุกชิ้นซื้อเองจ้า ใครมีอะไรมาแลกเปลี่ยนก็ยินดีน้า ❤

ถ้าชอบให้รีวิวแบบนี้ รบกวนกด like และ share กันด้วยนะคะ ทั้งในเฟซบุ๊ค AhbunBkk และบล็อกค่า อาบันจะได้มีกำลังใจปั่นโพสท์อันต่อไป หรืออยากให้รีวิวตัวไหน เม้นท์ใน เฟซบุ๊กได้นะคะ

รออ่านตัวอื่นนะคะ จะทะยอยลงเรื่อยๆ มี Beauty Diary, Leaders’ Choice, Beyond, Sephora, etc.  ที่อยู่ในสต๊อก อิอิ

แล้วไว้เจอกันค่า

XOXO

AhbunBkk อาบันเอง

รีวิวแผ่นมาสก์ The Saem

เราชอบมาสก์หน้ามากค่ะ จะแบบเจลหรือแผ่น ก็ได้หมดถ้าสดชื่น เลยจะมาทะยอยรีวิวทีละตัวเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความชอบกันนะคะ

ตอนนี้จะรีวิวยี่ห้อ The Saem ก่อน

ปริมาณและราคา

อาบันซื้อตอนมีโปรโมชั่นที่ Eve and Boy ซื้อ 1 แถม 1 นี่หรือยังไงเนี่ยแหละค่ะ แผ่นละ 29 บาทมั้ง เขาจัดเซ็ทมาให้เลย Rose กับ Argan ในแพ็คพลาสติก

ซองนึงมีปริมาณสุทธิ 21 มล.

2017-03-15-18-11-03-e1489650890952.jpg

กลิ่นแรกก่อน คือ The Saem Natural Rose Mask Sheet มีส่วนผสมกุหลาบจากสเปน ให้ความสดชื่นกับผิว

2017-03-16-00-20-51.jpg

2017-03-16-00.21.25.jpg.jpg

กลิ่นที่สอง The Saem Natural Argan Mask Sheet มีส่วนผสมของน้ำมันเมล็ดอาร์แกนจากโมรอกโค ให้หน้าดูฉ่ำ

ส่วนผสม

ดูส่วนผสมด้วยความรู้งูๆปลาๆ แล้ว เห็นสารให้ความชุ่มชื้นเยอะ ทั้งแอลกอฮอล์ดี (ชนิดไม่ทำให้ผิวแห้งแต่ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวแทน) กลีเซอรีน hyaluronic acid ที่อาบันเคยบอกว่าเป็นสารประกอบโปรด ถ้าเจอจะ bias ใส่ทันที วิตามินอี สารสกัดพืชทั้งหลายและน้ำหอม

ดูแล้วน่าสนใจดี น่าจะเน้นความชุ่มชื้นเป็นหลัก

แผ่นมาสก์

แกะจากซองออกมา แผ่นนิ่มๆบางๆ ชุ่มน้ำมากค่ะ แกะยากนิดนึง ต้องระวังขาด แต่นุ่มมากค่ะ ชอบสัมผัสแผ่นชีทตัวนี้มาก ให้ความรู้สึกเหมือนดูคุณป้ากรีดขนมปากหม้อ ไอ้แผ่นข้าวสีขาวบนผ้าขาวบางบนปากหม้อดินอ่ะค่ะ นึกออกไหมอ่า นั่นแหละ ใช่เลย

2017-03-15-18-12-28.jpg

ความรู้สึกส่วนตัว

ฟินนนนนนน หอมกุหลาบมากค่ะ ใครไม่ชอบน้ำหอมต้องเลี่ยงนะคะ แต่สำหรับอบ. มันฟินสบายใจอ่ะ โปะก่อนนอนแล้วเย็นสดชื่น สูดกลิ่นหอมๆด้วย

น้ำในซองชุ่มมากค่ะ เพราะแผ่นมาสก์มันบางด้วยมั้ง เลยมีน้ำเอสเซนส์เหลือเต็มเลย

อาบันเทมาราดบนมาสก์อีกทีให้ชุ่มๆ ก็ยังเหลือมาทาแขนขาได้อีกอ่ะ

2017-03-15-18-14-39.jpg

ใจมากค่ะ ดิฉันให้ดูหน้าตอนโปะมาสก์ด้วย เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะอยากให้ดูขนาด รอยตัดลูกตา จมูกกะปากและความแนบสนิทกับหน้าค่ะ

สรุป

ใช้แล้วไม่แพ้ไม่แสบไม่คันค่ะ (คนอื่นจะเป็นหรือเปล่าไม่รู้นะคะ) ผิวนุ่มเด้งชุ่มน้ำ กลิ่นหอมกุหลาบหวานๆ (ส่วน Argan ก็หอมค่ะ) แผ่นชีทนิ่มมาก ชอบตรงนี้ ราคาถูกค่ะ และยิ่งถูกเวลามีโปรโมชั่นซึ่งอบ.จะคอยเช็คโปรเรื่อยๆแหละ งก… 5555+

สรุปคือ ชอบ และหากมีโอกาส จะซื้ออีกค่า


รออ่านตัวอื่นนะคะ จะทะยอยลงเรื่อยๆ มี Beauty Diary, Innisfree, Leaders’ Choice, Beyond, Sephora, etc.

ชอบกด like ใช่กด share กันด้วยนะคะ
ทั้งในเฟซบุ๊ค AhbunBkk และบล็อกค่า อาบันจะได้มีกำลังใจปั่นโพสท์อันต่อไป

XOXO

(แบบรูป) รีวิวที่เช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตา eye make up removers 5 ยี่ห้อแบบชัดๆ

ได้ดูวิดีโอ CosmeCast ตอน 03 ยังคะ Facebook: AhbunBkk คอสเม่แคสต์ ตอน 03

Screen Shot 2017-03-10 at 3.53.38 AM

นอกจากวิดีโอที่ Facebook live ไปข้างบนนี้ อาบันกลับมาอัพบล็อกแบบถ่ายภาพนิ่งของที่เช็ดเครื่องสำอางทีละยี่ห้อ เอาให้เห็นชัดๆ สำหรับคนที่ชอบอ่านและดูรูปมากกว่า มาค่ะ พร้อมยัง เริ่มกันเลยดีกว่า!

อ้อ คราวนี้ขอแถมอีกยี่ห้อนึงนะคะ ตอน live ลืมยี่ห้อนี้ไปน่ะ

อย่างแรก ขอแนะนำเครื่องสำอาง (คสอ.) ที่ใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพของที่เช็ดคสอ.ก่อนนะคะ ทุกอย่างที่เลือกมาเป็นแบบกันน้ำ ติดทนทานเป็นพิเศษ

20170311_210225

ชิ้นแรก รองพื้นที่ขึ้นชื่อว่าติดทนทานที่สุดยี่ห้อหนึ่ง Estee Lauder Double Wear

ชิ้นที่สอง อายไลน์เนอร์ Bobbi Brown Long-wear Gel Liner

ชิ้นที่สาม ดินสออายไลน์เนอร์ Innisfree Always New Auto Liner

ชิ้นที่สี่ ลิปสติก Yves Saint Laurent

ชิ้นที่ห้า ลิปทินต์ Innisfree

ชิ้นที่หก ลิปสติกแบบลิขวิด 4U2 Kiss Me Harder


ทีนี้มาดูที่เช็ดเครื่องสำอางกันค่ะ

20170311_211158

วิธีทดสอบ

โปะสำลีที่ชุ่มๆลงไปประมาณ 10 วินาที แล้วค่อยๆเช็ดออก ได้เท่าไหนเท่านั้นค่ะ บางยี่ห้อต้องเช็ดนานหน่อย บางยี่ห้อแป๊บเดียวก็ออกแล้ว แต่ทุกยี่ห้อใช้เสร็จแล้ว อาบันจะล้างตามด้วยโฟมล้างหน้าเสมอค่ะ

1. Bifesta Cleansing Express Eye Makeup Remover 

20170311_205147.jpg

20170311_210348

ปริมาณและราคา 145 ml, 290 บาท

ความรู้สึกระหว่างใช้ ไม่แสบตาเลยค่ะ หลังเช็ดจะรู้สึกมันๆนิดหน่อย แต่เช็ดออกเร็วมากกกก

ประสิทธิภาพ ดูรูปกันได้เลยค่า

20170311_205106.jpg
Before
20170311_205242.jpg
โปะลงไป 10 วินาที
20170311_205257
นี่ยังไม่ได้ถูเลยนะคะ แค่โปะอย่างเดียว ติดออกมาขนาดนี้
20170311_205416.jpg
After

สรุป อ่อนโยน ขนาดเข้าตายังไม่แสบเลย สะอาดมากใช้เวลาเช็ดไม่นานค่ะ เช็ดออกเกือบหมดเลย ติดแต่ลิปทินต์ของ Innisfree ที่เหลือสีชมพูจางๆ

2. Nivea Hydrating Make Up Clear Eye Make Up Remover

20170311_210321_001.jpg

20170311_210359

ปริมาณและราคา 125 ml, 199 บาท

ความรู้สึกระหว่างใช้ ไม่แสบตาเลยค่ะ เช็ดออกเร็วมาก และมันน้อยกว่าของ Bifesta ไม่มีแอลกอฮอล์ แต่ยังคงความชุ่มชื้นได้ดี

ประสิทธิภาพ ดูรูปกันได้เลยค่า

20170311_2054161.jpg
Before
20170311_205539.jpg
หลังโปะ 10 วินาที
20170311_205624
After

สรุป ไม่แสบตาเลยแม้แต่นิดค่ะ เช็ดออกง่ายและเร็ว และไม่ค่อยมันค่ะ เช็ดคสอ.กันน้ำออกเกือบหมด เหลือแต่ทินท์ของ Innisfree เช่นกันค่ะ

3. Innisfree Apple Seed Lip & Eye Remover 

20170311_210333

20170311_210413

ปริมาณและราคา 100 ml, 290 บาท

ความรู้สึกระหว่างใช้ เช็ดออกเร็วมาก แต่มีตึงๆยิบๆหนังตาสักประมาณ 1-2 วินาทีแล้วก็หายไปค่ะ

ประสิทธิภาพ ดูรูปกันได้เลยค่า

20170311_210554.jpg
หลัง 10 วินาที
20170311_210643.jpg
After

สรุป เฮ้ย เช็ดสะอาดมากค่ะ เร็วด้วย ข้อเสียนิดเดียวคือแสบหนังตานิดหน่อยค่ะ (ไม่ได้แสบลูกตานะ) แต่มันแป๊บเดียวก็หายแล้วค่ะ ให้พี่แทนลอง พี่แทนก็บอกว่าเหมือนจะแสบนิดเดียวแป๊บเดียว แต่เช็ดได้สะอาดมากเลยทีเดียว ติดแต่ที่ยังเหลือคราบทินท์ของ Innisfree ค่ะ (ตัวนี้ติดทนจริงแฮะ)

4. Simple Sensitive Skin Experts Kind to Eyes Eye Make-Up Remover

20170311_210338.jpg

20170311_210419.jpg

ปริมาณและราคา 125 ml, 295 บาท

ความรู้สึกระหว่างใช้ อ่อนโยนมากค่ะ ไม่แสบตาเลยแม้แต่นิด

ประสิทธิภาพ ดูรูปกันได้เลยค่า

20170311_2105401.jpg
Before
20170311_210748.jpg
โปะ 10 วินาที
20170311_210830.jpg
After

สรุป อ่อนโยนสมที่เคลมไว้ค่ะ แต่ว่าเช็ดไม่ค่อยออกเลยน่ะสิ ไม่มีปัญหากับรองพื้นและอายไลเนอร์แบบดินสอ แต่นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นอายไลเนอร์แบบเจล มาสคาร่าและลิปสติกทั้งสามแบบ ลบไม่ค่อยออกค่ะ

5. Laneige Speedy & Safe, Lip & Eye Remover Waterproof

20170311_210438.jpg

ปริมาณและราคา 150 ml, 810 บาท (ในรูปเป็นไซส์เล็กแถมมากับเซ็ทอะไรสักอย่างที่เคยซื้อค่ะ)

ความรู้สึกระหว่างใช้ อ่อนโยนดีค่ะ

ประสิทธิภาพ ดูรูปกันได้เลยค่า

20170311_211633.jpg
Before
20170311_211744.jpg
หลังโปะ 10 วินาที
20170311_211830
After

สรุป ต้องใช้เวลาเช็ดนานกว่าสักเล็กน้อยค่ะ เช็ดคสอ.ออกเกือบหมด เว้นแต่ลิปทินต์ของ Innisfree ค่า


มาเทียบภาพ After ของทั้ง 5 ยี่ห้อกันชัดๆอีกทีค่ะ

เรียงจากซ้ายไปขวา: Bifesta / Nivea / Innisfree / Simple / Laneige


พอจะได้ไอเดียกันหรือยังคะว่าแต่ละตัวเป็นยังไง ผลที่ได้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวของอาบัน ทั้งนี้พยายามทดสอบแบบไม่ให้มี bias มากที่สุดแล้วนะคะ และทุกชิ้นซื้อเองค่า ใครชอบไม่ชอบตัวไหน หรือว่าชอบยี่ห้ออื่นก็มาแชร์กันบ้างนะคะ

ส่วน cleansing/micellar water กำลังจะอัพข้อมูลนะคะ รออีกแป๊บนึงน้า ถ่ายรูปไว้ครบหมดแล้วล่ะ เหลือแต่เรียบเรียงค่า อย่าลืมกลับมาเช็คที่ AhbunBkk กันเรื่อยๆนะคะ สามารถติดตามได้ที่ Facebook: AhbunBkk ค่ะ


ให้กำลังใจด้วยการกดไลค์และแชร์กันด้วยน้า

XOXO

Ahbun อาบันเอง

(ปล. นี่มันหน้าร้อนแล้วใช่ไหม >.<)


CosmeCast 3: รีวิวผลิตภัณฑ์ปิดเหม่ง + เปรียบเทียบที่เช็ดคสอ. 8 ยี่ห้อดัง

Screen Shot 2017-03-10 at 3.53.38 AM

อาบันกับพี่แทนกลับมาอีกแล้วค่า มาเพื่อฆ่าวูฟเวอรีนโดยเฉพาะ มาจนคุณ “หิว แจกแม้น” ต้องร้องขอชีวิตกันเลยทีเดียว 555 ช่างผ่อนคลายดีแท้ ขอเชิญกดที่ลิงก์นี้ Facebook: AhbunBkk คอสเม่แคสต์ ตอน 03 เพื่อรับชมนะคะ

ในส่วนของสาระกันบ้าง คราวนี้อาบันมารีวิวผลิตภัณฑ์ปิดเหม่งของ Mamonde ค่ะ แล้วก็ที่เช็ดเครื่องสำอางรอบดวงตากับริมฝีปาก 4 ยี่ห้อ + ที่เช็ดเครื่องสำอางแบบน้ำอีก 4 ยี่ห้อ รวมเป็น 8 ยี่ห้อ (Mamonde, Nivea, Mizumi, Simple, Bifesta, Innisfree, SonandPark และ Nu) กันไปเลยค่า

รีวิวแบบเห็นชัดๆ ไม่มีอคติหรือเชียร์ยี่ห้อไหนเป็นพิเศษนะคะ ชอบก็ว่าชอบตรงประสิทธิภาพและผลการใช้งานจริงเลยค่ะ


แถมแต่งหน้าเป็น Logan (Wolverine) ด้วย 5555+

  1. มีรีวิวที่ปิดเหม่ง ดูเนียนในระดับหนึ่งหากทาไม่หนามาก แต่ไม่กันน้ำนะคะ ระวังเหงื่อไหล ฝนตก 555
  2. รีวิวที่เช็ดคสอ.รอบดวงตากับริมฝีปาก 4 ยี่ห้อดัง
  3. รีวิวที่เช็ดคสอ.แบบน้ำ cleansing/micellar water อีก 4 ยี่ห้อค่ะ

ซื้อเองทุกชิ้นนะคะ หากใครอยากให้อาบันกับพี่แทนลองคสอ.ชิ้นไหน บอกได้ค่ะ หุหุ

ใครอยากอ่านมากกว่าดูวิดีโอ ไปที่โพสท์นี้ได้เลยค่ะ อาบันถ่ายรูปการทดสอบประสิทธิภาพของแต่ละยี่ห้อไว้อย่างละเอียด มีข้อมูลด้านราคาและปริมาณให้ด้วยจ้า –> รีวิวที่เช็ดคสอ. 5 ยี่ห้อ

ชอบก็ไปคอมเม้นท์กันได้ใน https://www.facebook.com/ahbunbkk/


ให้กำลังใจด้วยการกดไลค์และแชร์กันด้วยน้า

XOXO

อาบัน AhbunBkk