ไดอารี่ที่รัก… ฉันเห็นวัวกระทิง

ไดอารี่ที่รัก

วันนี้ป๊ากับม้าปลุกฉันกับน้องสาวตั้งแต่ตีห้าครึ่งให้เดินออกกำลังกายบนภูเขา ดีนะที่เมื่อคืนเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำเลยไม่ค่อยงัวเงียเท่าไหร่

ระหว่างทาง น้องสาวตะโกนบอกว่ามีวัวกระทิงตัวเป็นๆอยู่บนไหล่เขาไกลๆด้วย ทุกคนหยุดเดินแล้วมองตาม วัวกระทิงกำลังกินหญ้าอยู่ ตัวใหญ่มว้าก สีดำปิ๊ด ดูน่าเกรงขามอ่ะ
ฉันพยายามถ่ายรูปด้วยแต่สงสัยจะไกลไปเพราะถ่ายไม่ติดเลย ได้แต่เห็นบั้นท้ายของวัวกระทิงตัวอื่นด้วยตาเปล่า เป็นครั้งแรกที่เห็นวัวกระทิงเลยนะเนี่ย รู้สึกตื่นเต้นปนกลัว 555 กลัวจะรบกวนมันแล้วก็กลัวมันจะมารบกวนเราด้วย 555 กลัวไส้แตกอ่ะ สุดท้ายพวกเราก็เดินเลี่ยงๆเนินเขานั้นไป

ระหว่างทางเจอก้อนอึพวกมันเต็มเลย มีรอยเท้าหมาดๆบนไหล่ทาง สังเกตว่ามันชอบเดินแถวขอบสันละมั้ง บาลานซ์ตัวเก่งจัง ตีนใหญ้ใหญ่ ฉันได้กลิ่นสาบนิดๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นกลิ่นของวัวกระทิงหรือกลิ่นตัวฉันกันแน่เพราะตื่นมาปุ๊บก็รีบออกมาเลย ยังไม่ทันได้อาบน้ำน่ะ

ป๊าบอกว่ามีหมูป่าด้วย ฉันยังแยกระหว่างกีบหมูป่ากับกีบวัวกระทิงไม่ค่อยออกแฮะ มึนเรื่องไซส์หรือรูปลักษณะของรอยกีบอ่ะ

แถวนี้ทำไร่ข้าวโพดกันเยอะ ต้นข้าวโพดสีเขียวแก่อมน้ำเงิน ให้ความรู้สึกต่างกับทุ่งนาสีเขียวอ่อนเหมือนกันแฮะ เห็นแล้วนึกถึงฉากในหนังฝรั่งหลายเรื่องที่ตัวเอกต้องวิ่งหนีผู้ร้ายเข้าไปในไร่ข้าวโพด ไม่ว่าจะหนังเอเลี่ยนบุกโลกหรือหนังแอ็กชั่น ยังไงก็ต้องมีฉากวิ่งแหวกต้นข้าวโพดที่สูงท่วมหัว ฉันหันมาบอกน้องสาวว่าฉันอยากลองวิ่งหนีเข้าไปในไร่ข้าวโพดดูมั่ง แต่พอน้องสาวหยิบมือถือจะออกมาถ่ายวิดิโอฉากจำลองให้จริงๆ ฉันกลับเปลี่ยนใจเพราะกลัวใบข้าวโพดบาด อีกอย่างฉันกลัวเหยียบต้นข้าวโพดเขาพังด้วย ประเดี๋ยวเจ้าของจะมายิงฉัน แล้วเราจะได้วิ่งไล่กันในไร่ข้าวโพดจริงๆ

พูดถึงการทำลายผลิตผลทางเกษตรกรรม ชาวไร่ที่นี่ไม่ค่อยชอบนกแก้วป่าเพราะพวกมันชอบลงมาจิกข้าวโพดกินกันแหลกราน แต่เอาจริงๆจะโทษพวกมันก็ไม่ได้นะ ลองคิดดูหากเราเป็นนกแก้วแล้วเห็นบุฟเฟ่ต์น่าหม่ำจากท้องฟ้าขนาดนั้น ใครจะอดใจไม่แวะไหว ผลคือกร่อบๆๆๆ กร้วมๆ ว้าว ปาร์ตี้นี้สนุกจัง…. แกร๊กกก แกร๊กกกก

ตามถนนกับทุ่งหญ้าจะมีรั้วไฟฟ้ากั้นเขตป่ากับชุมชน แต่ป๊าบอกว่าเคยเห็นวัวกระทิงกระโดดข้ามต่อหน้าต่อตาแล้ว ไดอารีที่รัก รั้วสูงมากนะ สูงกว่าตัวฉันเสียอีก ถ้าเป็นฉัน ฉันคงกระโดดไม่ไหว โดนช็อตอยู่ตรงนั้นแหละ

ช่วงนี้อากาศร้อนนิดหน่อย ไม่เหมือนหน้าหนาวที่เคยมาแล้วต้องแต่งกายเหมือนไปเมืองนอกหนาวๆ ที่เกลียดมากคือยุงโคตรดุตอนกลางคืน ป๊ายื่นยากันยุงที่ซื้อมาจากมูลนิธิหนึ่งพร้อมกับโฆษณาว่าถูกมากกก ขวดละสิบบาท ลูกๆใช้ได้ไม่อั้นเลยนะ ฉันกับน้องสาวเลยชโลมโลชั่นกันยุงทั่วทั้งร่างกายพร้อมกับเต้นเริงร่าในลานกิจกรรมหน้าบ้านต่อไปอย่างไม่กลัวยุง

ยากันยุงหอมมากแต่พอพวกฉันก้มลงมองขาตัวเองที่เพิ่งประโคมยากันยุงไม่ถึงหนึ่งนาที กลับเห็นยุงบินมาแลนดิ้งบนขากันหลายตัว ยื่นหลอดเจาะเลือดมาดูดกินโลหิตของพวกฉันอย่างไม่กลัวเกรง ฉันปาขวดยากันยุงทิ้งแล้วเราก็กรี๊ดวิ่งหนีเข้าห้องนอนไป

ฉันนับตุ่มยุงกัดได้ 9 เม็ดบนขาซ้าย 6 เม็ดบนขาขวา 5 ตุ่มบนแขนซ้ายและ 4 ตุ่มบนแขนขวา นี่ไม่นับเม็ดบนลำตัวอีก ฉันแค้นมาก หากใครเคยฟังรายการวิทย์แคสต์จะรู้ว่าฉันเกลียดยุงมากขนาดไหน ฉันกับน้องสาวผลัดกันเกาแกร่กๆ (คนละแกร๊กกับนกแก้ว) สักพักฉันก็นึกขึ้นได้ว่าพกยาหม่องกันยุงจากสกว.มาด้วยนี่หว่า รีบหยิบมาทาตุ่มๆ (ที่ไม่ใช่ภาชนะใส่น้ำ ในที่นี่หมายถึงปุ่มนูนลักษณะคล้ายตุ่ม) มันมาก กลิ่นหอมดี แต่ในใจก็อยากให้มันเย็นๆกว่านี้ จะได้บรรเทาอาการคันขึ้นนรกได้ด้วย ปัญหาคือมันมีสองกระปุก สีเหลืองกับสีเขียวที่ออกแบบมาให้ป้องกันยุงกลางวันและกลางคืน แล้วฉันจำไม่ได้ว่าสีไหนคือสำหรับกันยุงกลางวัน สีไหนกันยุงกลางคืน ฉันเลยผสมมันแม่มทั้งสองสีไปเลย

สักพักฉันก็ปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำซึ่งแยกจากห้องนอนอีกที การต้องลุยออกไปข้างนอกนี่เหมือนต้องลุยเข้าไปในที่มีแก๊ซพิษอยู่ ฉันเลยพกสเปรย์กันยุงไปด้วยเพราะคงไม่มีใครอยากถูกยุงกัดก้นเนาะ ระหว่างทำธุระไปฉันก็ฉีดสเปรย์ที่แขนและขาไปด้วย ยุงตัวเล็กตัวใหญ่ (ใหญ่เท่าแมลงวันอ่ะ) บินกรูกันเข้ามา ฉันกลั้นหายใจยื่นแขนออกไป ยุงบินมาใกล้แล้วก็เบรคตัว เลี้ยวหันออกไป เฮ้! ได้ผลนี่หว่า ดีจัยมั่กๆเลยไดอารี่ที่รัก ติอย่างเดียวสเปรย์ไม่ค่อยหอมเท่ายาหม่องเลย ปล.ฉันไม่ได้สปอนเซอร์นะ ฉันแค่อินจนอยากบอกต่อน่ะ ดีออก สนับสนุนงานวิจัยไทยที่ได้ผลจริง แต่ถ้าสปอนเซอร์อยากให้เงินฉัน ฉันก็จะไม่ปฏิเสธเลยนะคะ #บอกไดอารี่ไว้เฉยๆ

ที่นี่มีแมวจรสีส้มด้วย ฉันเรียกมันว่า “ไอ้แอ๊ว” เพราะมันชอบร้องแอ๊วๆ เรานั่งคุยกันประสาแมวนานหลายนาที ฉันสังเกตว่ามันจะให้ความสำคัญกับฉันต่อเมื่อฉันแบ่งอาหารให้มันกินเท่านั้น เวลาอื่นมันเมินฉันอย่างไร้เยื่อใย แต่อย่างไรฉันก็ยังชอบมันอยู่ดี และจะยังเดินเรียกมันเรื่อยๆเผื่อมันจะเมตตาออกมาเล่นกับฉันอีก #ชีวิตทาสแมว

วันนี้แค่นี้ก่อนนะ ไดอารี่ที่รัก เพราะฉันกำลังง่วงอยากนอนกลางวันแล้ว ฉันเสียพลังงานไปมากเมื่อเช้านี้ในการเดินตามป๊าวัยหกสิบกว่าขึ้นลงภูเขา ป๊าไม่เหนื่อยเลย มีโชว์วิ่งขึ้นเขาให้ดูด้วย ทำให้ฉันมีความหวังว่าหากเราควบคุมการกินกับออกกำลังกายทุกวันต้องฟิตอย่างป๊าได้แน่เพราะเมื่อก่อนป๊าก็อ้วนและเหนื่อยง่าย แต่พอมีวินัยในการกินกับออกกำลังกายขนาดนี้ก็เปลี่ยนไปเลย ฟิตกว่าลูกๆอีก เอาจริงๆฉันอยากเม้าพ่อตัวเองให้ไดอารี่ที่รักฟังมากกว่านี้ โดยเฉพาะด้านเบร้อของเขา แต่ฉันกลัวพ่อมาเห็นแล้วจะโดนด่าเอาเลยพอแค่นี้ก่อนดีกว่า

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s