(บันทึกหลังกล้อง) CosmeCast 2: เราจะแต่งหน้าไปทำไม

โน้ต behind the scene

คลิกดูยูทูปที่นี่  –> CosmeCast 2 เราจะแต่งหน้าไปทำไม

ตอนนี้เป็นตอนที่อาบันคิดขึ้นมาเล่นๆว่าการแต่งหน้าคือการโกหกแบบหนึ่ง เป็นการโกหกหลอกลวงคนอื่นที่ไม่น่าจะสร้างความเดือดร้อนให้ใคร เว้นแต่แก่ผู้ที่แต่งหน้าเอง (วันไหนที่ไม่แต่งหน้าอาจจะเสียเซลฟ์เวลาคนอื่นจำหน้าเราไม่ได้น่ะ แต่ก็นะ…เลิกต่อสู้กับความสับสนใจในใจตัวเองดีกว่า เพราะมนุษย์เรารักสวยรักงามมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แม้ว่าความหมายของคำว่าสวยจะต่างไปตามยุคสมัย กลุ่มคน กลุ่มชาติพันธุ์ หรือแม้กระทั่งรสนิยมส่วนตัว)

การแต่งหน้าแต่งตายังเป็นมากกว่าแค่การสร้างเสน่ห์เพื่อดึงดูดความสนใจจากเพศตรงข้าม (และหลายครั้งก็จากเพศเดียวกันด้วย ก็…ชั้นก็อยากสวยนี่ย่ะ ไม่ได้อยากสวยเพื่อแค่ล่อผู้ชายอย่างเดียว จบป่ะ ทำนองนี้…)

แต่ยังมีที่มาที่ไปและเหตุผลทางสังคมที่น่าสนใจด้วยค่ะ

(หมายเหตุ กรุณากดที่ลิงก์เพื่อดูแหล่งอ้างอิงนะคะ)

**************************

ก่อนอื่นมาดูประวัติศาสตร์ของการเมคอัพกันหน่อยดีกว่า

ในสมัยโบราณกว่าหมื่นปีที่แล้ว ชาวอิยิปต์นิยมแต่งหน้าให้ขาว เพราะความขาวแสดงออกถึงการมีฐานะ คนรวยไม่ต้องทำงานตากแดด เพราะฉะนั้นทั้งคนรวยคนจนไม่ว่าจะชนชั้นไหนก็อยากแต่งหน้าให้ผิวดูขาว จะได้ดูดีมีสง่า นับเป็นค่านิยมในยุคนั้น แต่เอาจริงๆนะ คสอ.ยุคนั้นแพงมาก เพราะฉะนั้นมักจะเป็นชนชั้นสูงมากกว่าที่มีโอกาสแต่งหน้าได้บ่อยๆ อ้อ แถมอีกนิดว่าผู้ชายก็แต่งหน้านะคะ แต่งเยอะเลยด้วยเหอะ ฟารงฟาโรห์นี่จัดเต็มมาก

คสอ.ในสมัยนั้นก็ทำมาจากดินนี่แหละค่ะ เอามาป่นๆตากแดดๆ ทำกรรมวิธีต่างๆจนได้ดินสีแดงเอามาทาปากนอกจากนี้ยังใช้เฮนน่าทาผมทาเล็บด้วย

แต่ที่ดังที่สุดที่กลายเป็นสิ่งแรกๆที่เรานึกเวลาเอ่ยถึงชาวอิยิปต์ก็คือการเขียนขอบตา (ที่พี่แทนเรียกว่า “การทำเส้นล้อมรอบกรอบตา” ในวิดีโอนั่นแหละ ให้ตายเหอะ… เจอสามัญชนในโลกเมคอัพแล้ว ดีจุยจุง)

ancient-egyptian-makeup
อายไลเนอร์และคิ้วหนามากเลยตัวเธอ

ชาวอิยิปต์โบราณเชื่อว่าการใช้อายไลเนอร์ช่วยป้องกันโรคตาได้ด้วยล่ะ เขาเชื่อกันว่าเป็นเวทมนตร์วิเศษช่วยปัดเป่าโรคภัย ทาตาแล้วเทพเจ้าจะรัก แต่นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มาวิจัยดูแล้วพบว่าพวก lead chlorides ที่อยู่ในอายไลเนอร์มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียที่มากับแม่น้ำไนล์ได้ดีชะงัดแล แถมยังช่วยลดการสะท้อนของแสงแดดไม่ให้มาแยงตา และช่วยไล่แมลงไม่ให้มาตอมด้วย (ที่มา)

(นอกเรื่อง) จะว่าไป อาบันเคยไปคุยงานที่เชียงใหม่ วันนั้นไปคุยที่บ้านดินดี ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านเล็กๆที่อาบันชอบมาก อาหารญี่ปุ่นอร่อย บ้านทำด้วยดินซึ่งมหัศจรรย์มากที่ข้างในเย็นกว่าข้างนอกเยอะเลยทั้งที่ไม่ได้เปิดแอร์ มีเหมียวน่ารักและของแฮนด์เมดเล็กๆน้อยๆด้วย

วันนั้นอาบันทามาสคาร่าไปคุยงาน คุยๆไป แมงหวี่ตอมลูกกะตาตลอดเลย ตอมแบบมาเกาะแกะขอบตาอย่างไม่หยุดยั้งหลายตัว คุยไปต้องเอามือโบกพัดไล่แมงไปด้วย แล้วไม่เห็นมันจะตอมคนอื่นเลยนะ สุดท้ายต้องเด็ดใบตะไคร้ที่เขาปลูกมาถือจ่อเปลือกตาไล่แมงหวี่ ก็ยังไม่สำเร็จ อายโคตรๆ สงสัยต้องไปหาอายไลเนอร์ของอิยิปต์มาใช้บ้างแล้ว

(กลับมา) เอ้อ….แต่อาบันสงสัยอย่างหนึ่ง ไอ้เมคอัพรอบตาของฟาโรห์นี่ มันทำด้วย lead chlorides อย่าง laurionite และ phosgenite …. อันนี้สงสัยเป็นการส่วนตัวด้วยความด้อยปัญญาทางเคมีว่า lead คือ ตะกั่วป่ะ… แล้วตะกั่วมันอันตรายป่ะถ้าจะเอามาทารอบตา รอผู้รู้หลงผ่านเข้ามาช่วยตอบดีกว่า

(แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะได้คำตอบละนี่)

อ่ะ ในเมื่อเราเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่มีอินเตอร์เน็ท จะรอทำไมผู้รู้ ก่อนถามใคร จงช่วยตัวเองก่อนด้วยการถามอากู๋เลยค่ะ

ได้ความจาก New York Times ว่า

But while their research provides a fascinating insight into an ancient culture, the scientists say the makeup is not something that should be used today.

Dr. Amatore said that the toxicity of lead compounds overshadowed the benefits and that there had been many documented cases of poisoning as a result of lead in paints and plumbing in the 20th century.

แปลว่า อย่าอุตรินะจ๊ะ สารตะกั่วที่เราพบได้ในสีทาบ้านกับท่อน้ำเนี่ยมันเป็นพิษนะ ทุกวันนี้ใช้อย่างอื่นเถอะ เขาเลิกใช้สารตะกั่วกันนานแล้วเพราะมันอันตราย ประมาณนั้น

และจาก Independent UK ว่า

Contrary to widely held belief that lead is harmful, the team, using analytical chemistry, determined that “in very low doses lead does not kill cells.”

Instead, it produces a molecule – nitric oxide – that activates the immune defence system which beats back bacteria in case of eye infection.

อ้าว… เจ้านี้กลับบอกว่าคนชอบเข้าใจผิดว่าสารตะกั่วเลว เลวมากกกเลยเนี่ย… จริงๆแล้ว ถ้าใช้ปริมาณแค่นิดดดดเดียวกลับจะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและออกฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรีย

อ่าว… เอาไงดีล่ะทีนี้… อาบันว่านะ เราอย่าไปเสี่ยงเลย เกิดเบร้อขึ้นมาไม่คุ้มกัน ปล่อยให้ฟาโรห์ท่านใช้สารตะกั่วทาตาไปเถอะ เรามีอย่างอื่นอีกเยอะแยะที่ปลอดภัยกว่า นะ… นะ …

ชาวอิยิปต์ยังนิยมเอาน้ำมันพืชหรือไขมันสัตว์ทาตัวด้วย บอกว่านี่แหละกันแดดและตัวบำรุงผิวอย่างดี ทาก่อนออกจากบ้านนะ ทาแล้วชุ่มชื้น มั่นใจ พร้อมท้าแดด ร้อนแค่ไหนก็ไม่หวั่นค่ะ/ครับ

จริงๆ พอเขียนมาถึงตรงนี้ก็งงนิดหน่อยค่ะ เพราะว่าโดยเฉลี่ยแล้วคนยุคเก่าเค้าอายุสั้นกว่าเราไม่ใช่หรอ อย่างที่พี่แทนเคยอธิบายให้ฟังว่าสมัยที่ยังการแพทย์ยังไม่พัฒนา ยังไม่รู้จักเรื่องบาดทะยัก การติดเชื้อ ฯลฯ แค่ออกไปล่าสัตว์ก็ตายได้แล้ว เดินๆไปเหยียบไม้บาดเท้าก็อาจจะติดเชื้อตายซะงั้น คลอดลูกทีก็อาจเสียชีวิตได้

เห็นเขาบอกว่าชาวอิยิปต์โบราณมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 40 ปี…. อืมมมม…แล้วยังงี้จะทันได้เหี่ยวก่อนไหมอ่ะ… (-_-)

ถึงจะมีอายุเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี บำรุงผิวด้วยน้ำมันมะรุม ยางต้น frankincense น้ำหมักสมุนไพร ฯลฯ นะคะ

**************************

ในยุคโรมันก็นิยมแต่งหน้าเหมือนกันนะคะ ที่เซอร์ไพรส์คือตอนนั้นเขาก็นิยมผิวขาวเหมือนกัน (ยุคหลังๆนี้ถึงค่อยอยากมาผิวแทน) และถึงแม้จะรู้ว่าสารตะกั่วอันตราย (ตอนนั้นเขารู้กันแล้วตามข้อมูลในเว็บนี้) แต่ก็ยังห้ามใจไม่ไหวเพราะอยากขาวจริงๆ เลยยอมเสี่ยง…ว่างั้น…

800px-fresco_of_woman_with_tray_in_villa_san_marco_retouched
ภาพผู้หญิงผิวขาวในอุดมคติของชาวโรมัน พบใน Vila San Marco, Stabiae, Italy วาดในคริสศตวรรษที่ 1

นอกจากส่วนผสมต่างๆที่คล้ายคลึงกับชาติอื่นๆแล้ว (ตระกูลน้ำมันพืช ไขมันสัตว์ ดิน ธาตุ พืช ผัก ผลไม้) ชาวโรมันยังนิยมทารองพื้นกับลิปสติกที่ทำมาจากขี้จระเข้ด้วย…

….ห้ะ??!!

download
มาแล้วคร้าบบบบ โรงงานเราพร้อมผลิตรองพื้นอย่างดีคร้าบ

รู้ไหมคะว่าชาวอิยิปต์ โรมันและกรีกโบราณใช้ขี้จระเข้ทำอะไรอีก…

ให้เดา…

**************************

“คุมกำเนิด” จ้า (ข้อมูลจากนี่และนี่และนี่)

ใครเดาถูกมั่งเนี่ย

วิธีใช้ก็ง่ายมาก แค่รับประทานครั้งละสองเม็ดเช้าเย็นหลังอาหารก็เป็นอันเสร็จ…

ไม่ใช่แระ..

เรื่องจริงคือเค้านำขี้จระเข้มาอุดช่องคลอดค่ะ อู๊วว… เซ็กซี่มะ

ง่ายๆคือเป็นยาเหน็บช่องคลอดน่ะ

ผลุบ ผลุบ ผลุบ…เอามาผสมกับน้ำผึ้งและโซเดียมคาร์บอเนต ปั้นๆๆให้เป็นลูกกลมๆ ลัลลัลลา อย่างกะปั้นสาคู เสร็จแล้วก็อุดน่ะ เพียงเท่านี้ก็มั่นจายยย (แต่ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่าเปอร์เซ็นต์ที่ป้องกันสำเร็จอยู่ที่เท่าไหร่ ไม่เคยเจอเปเปอร์ตรงรายละเอียดนี้น่ะ ใครเจอช่วยบอกที)

crocodile-dung-contraceptive
ภาพจระเข้แกะสลักนูนต่ำ

ที่ (น่า) จะป้องกันได้ก็เพราะขี้จระเข้มีความเป็นด่างสูงซึ่งนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่บอกว่ามีคุณสมบัติช่วยฆ่าสเปิร์ม

อีกอย่างคือ…มันน่าจะทำให้ผู้ชายหมดอารมณ์ด้วยเปล่าวะ? (ขออภัยค่ะที่ต้อง “วะ” ถึงจะได้อารมณ์ในสถานการณ์นี้น่ะ) ให้ตายเหอะ… เจออุนจิเข้าไปนี่หมด’รมณ์เลย

จริงๆแล้วอิยิปต์โบราณก็นับถือเทพเจ้าจระเข้นะ แล้วมีความเชื่อว่าจระเข้ตัวหนึ่งเป็นลูกของเทพเจ้าจระเข้โซเบค Sobek ด้วย ถึงกับสร้างเมืองให้ มีสระน้ำ หาดทราย (ปลอม) และทาสบริวารรวมถึงพระคอยทำพิธีบูชาและถวายอาหารให้จระเข้ตัว เอ๊ย องค์นี้ด้วย แถมยังตกแต่งพระจระเข้ด้วยเครื่องประดับทองอีก หรูหราอ่ะ เมืองนี้มีอยู่จริงชื่อ Crocodilopolis อยู่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำไนล์ค่ะ

**************************

มาที่คำถามหลัก “เราจะแต่งหน้าไปทำไม” นอกจากเหตุผลด้านความงาม ด้านสุขภาพแล้ว ยังมีเหตุผลด้านสังคมด้วยนะคะ

อย่างชาวอิยิปต์นี่เชื่อว่าแต่งหน้าแล้วเทพเจ้าจะอวยพร คอยคุ้มครองน่ะ ขนาดตายแล้วยังต้องแต่งหน้าแต่งตัวให้ดูดี เวลายืนรายงานตัวต่อหน้าเทพเจ้าในโลกแห่งความตายแล้วท่านจะได้เมตตาเอ็นดู เว็บนี้เล่าได้มันมากค่ะ

A man says this speech when he is pure, clean, dressed in fresh clothes, shod in white sandals, painted with eye-paint, anointed with the finest oil of myrrh.

Chapter 125 of the Book of the Dead

Because of their importance in the afterworld cosmetics were among the offerings left in tombs. Seshat-Hetep, called Heti, lists among the offerings in his mastaba at Giza:

Incense, green make-up, black eye-paint, the best of ointment …

Mastaba of Seshat-Hetep, called Heti

ประมาณว่าในคัมภีร์มรณะที่พูดถึงความเชื่อชีวิตหลังความตายของชาวอียิปต์โบราณ เล่าว่าเวลายืนต่อหน้าเทพแห่งความตาย เราต้องดูดี ดูบริสุทธิ์ผุดผ่อง สะอาดสะอ้าน ใส่เสื้อผ้าใหม่ ใส่รองเท้าสานสีขาว ทาเมคอัพบนเปลือกตาและทาน้ำมันหอม… เห็นมะ ว่าคสอ.ประทินโฉมนี่สำคัญแค่ไหน เขาถึงได้แต่งมัมมี่ซะสวยงาม

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานด้วยว่าญาติของคนตายมักจะฝังคสอ.ไว้ในสุสานให้คนตายเอาไปใช้ต่อในโลกแห่งความตาย เขาเคยขุดเจอ cold cream เวอร์ชั่นออริจินัลในสุสานทำด้วยน้ำมันกับมะนาวเอาไว้ล้างหน้าด้วยล่ะ

หูว์… รักสวยรักงามจริงๆ แต่นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องสวยๆงามๆแบบฉาบฉวย เป็นเรื่องของความเชื่อทางวัฒนธรรมด้วย ว่าการแต่งหน้าแต่งตัวเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ มีอิทธิพลแม้กระทั่งในการตัดสินคนๆหนึ่งไม่ว่าในโลกแห่งความตายหรือโลกของคนเป็น

แม้จะตายแล้วยังต้องดูดีให้เทพเจ้าประทับใจเลย

ตัดมายังปัจจุบัน เราไปดูเผ่าคายาโปในอเมซอนที่ถือเอาการตกแต่งร่างกายเป็นธรรมเนียมที่มีความหมายที่ลึกซึ้งทางวัฒนธรรมกันบ้าง

นักวิจัยรายงานว่าการเจาะหู เจาะปากเป็นเรื่องของการปลูกฝังการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีภายในเผ่าน่ะ หากจะเข้าใจกันก็ต้องเป็นผู้รับฟังที่ดี ผู้รับฟังที่ดีต้องมี “รูหู”… เพราะฉะนั้นเขาจึงเจาะหูตั้งแต่ยังเด็ก

c5955020af58f9e5a3452044a3c0d61c-1
ภาพจาก Huffington Post

การใส่จานในริมฝีปาก (lip plug) เป็นอีกหนึ่งคุณลักษณะที่โดดเด่นของเผ่านี้นะคะ (แต่ต้องบอกก่อนว่าไม่ได้มีแต่ในอเมซอนที่เจาะปาก ยังมีเผ่าอื่นๆอีกเยอะในแถบอเมริกากลางและแอฟริกาที่ทำแบบนี้ด้วย) แต่เงื่อนไขของเผ่าคายาโป (Kayapo) คือผู้ที่จะเจาะปากได้ต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น โดยเริ่มเจาะปากตั้งแต่หลังคลอดเลย โดยร้อยปากด้วยเชือกที่มีลูกปัดก่อน ถือเป็นการอุ่นเครื่องเบาๆ จากนั้นจึงจะค่อยๆอัพไซส์ใส่เข็มหมุดที่ทำด้วยไม้ แล้วใส่จานขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตาม “สถานภาพและสถานะทางครอบครัว” ของผู้ชายคนนั้น

Screen Shot 2017-02-21 at 8.44.05 PM.png
หัวหน้าเผ่ากินกาแฟน่ะ ในรูปนี้คือหัวหน้าเผ่าถูกเชิญมาประชุมและรับรางวัลอะไรสักอย่าง กดลิงก์อ่านได้เลยค่า

ยิ่งแต่งงานมีลูกเยอะก็ยิ่งได้จานใหญ่ เป็นการโชว์ว่าชั้นมีอำนาจทางสังคมและการเมืองมากกว่าคนที่จานเล็กนะ

นอกจากจะเจาะปาก เจาะหูแล้ว ชาวเผ่าคายาโปยังเพนท์ร่างกายและหน้าด้วยสีหลักๆคือสีแดงและดำด้วย การเลือกสีก็มีความหมายอีก เด็กและผู้ใหญ่จะทาตัวไม่เหมือนกันซึ่งสะท้อนถึงความคิดเรื่องสถานะทางสังคมที่ต่างกันในเผ่า

18716672_303
ภาพจาก International Conservation Fund of Canada

**************************

จากตัวอย่างข้างบน เราพอจะตอบได้ว่าเราแต่งหน้าไปทำไม คำตอบก็คือ เพื่อวัตถุประสงค์หลายอย่าง เช่นเพื่อการแสดงสถานะทางสังคมและการเมือง การแสดงการเปลี่ยนสภาวะ (rite of passage = จากเด็กเป็นสาวหรือหนุ่ม) เพื่อป้องกันโรคหรือบำรุงผิวหน้าผิวกาย บางที่ก็แต่งหน้าให้ดูน่ากลัว เอาไว้ข่มขู่ศัตรู และแน่นอนที่สุด อาบันไม่ได้แต่งหน้าเพื่อสำแดงสถานะหัวหน้าเผ่าหรือประกาศความพร้อมในการออกเรือนแต่อย่างใด แต่อาบันแต่งเพื่ออยากสวยค่ะ

แล้วจะสวยเพื่ออะไร แหม่… ต้องไปย้อนฟังในคลิปนี้ซะแล้ว สรุปสั้นๆคือเพื่อขับ features ความอ่อนเยาว์ออกมาเพื่อให้คนคิดว่าเราผิวสวย มีเลือดฝาด ดูแข็งแรงเหมาะมาทำแม่พันธุ์จริมจริมเลยยยย…

(ได้โปรดเข้าใจเรื่องจิตใต้สำนึกหรือสัญชาติญาณด้วยนะคะ คืออาบันไม่ได้คิดเรื่องจะเป็นแม่พันธุ์หรอกแต่มันคงแฝงซ่อนอยู่ลึกๆน่ะ คงไม่มีใครแต่งหน้าออกจากบ้านตอนเช้าด้วยหัวใจกรุ้มกรุ่มว่าวันนี้แหละ ตูจะตกผู้ชายกลับบ้านสักตัวหรอกใช่มะ)

ส่วน features ที่ว่ามีอะไรบ้าง ขอชวนดูคลิปนี้เลยค่า

คลิกดูที่นี่  –> CosmeCast 2 เราจะแต่งหน้าไปทำไม

**************************

อาบันสาธิตการแต่งหน้าตั้งแต่เตรียมผิวจนถึงบล็อคตา + แทนไท ประเสริฐกุล ช่วยอธิบายสัญชาตญาณมนุษย์ว่าเหตุใดแต่งหน้าแบบนี้ๆ แล้วจึงออกมาดูงาม + เล่นเบร้อต่างๆ นานา

16700615_1262939297117475_5433545274546881220_o

รายชื่อ products ที่ใช้ในตอน เรียงตามลำดับ

SK-II Facial Treatment Essence
Innisfree Soybean Energy Essence
Paula’s Choice Resist Ultra-Light Super Antioxidant Concentrate Serum
พูดถึงสารอุ้มน้ำที่ชอบมากคือ Hyaluronic Acid
กันแดด Mizumi UV Water Defence SPF50+ PA++++
ตัวฝาส้มกันน้ำ Mizumi UV Water Serum SPF50+ PA++++
L’oreal True Match Silky Foundation SPF33 PA+++
Make up Store Concealer – Cover All Mix
Bobbi Brown Extra Bright Powder Compact Foundation SPF25+++
Laura Mercier Brow Powder Duo
Urban Decay Naked Eyeshadow Palette
Benefit Cosmetics The POREfessional Face Primer
Clio Gelpresso Waterproof Pencil Gel Liner, Beige Shine
Bobbi Brown Long-Wear Gel Eyeliner
ขนตาปลอม “บอกต่อ” เบอร์ Y011
Heroine Make Long and Curl Mascara Super Waterproof
A’Pieu X Rilakkuma Air Fit Cushion Blusher
Etude Aloha V-Line Slim Maker
Shiseido Lash Adhesive
Bobbi Brown Bronzing Powder
Wet and Wild สี Just Peachy กับ สี Pinkerbell

ในตอน อาบันแต่งหน้าพี่แทนแบบด้นสดด้วยค่ะ ให้เหมือนยิปมันพลาดท่าโดนรุม 555

16832838_10154997939539664_688981674_o

16833202_10154997939654664_843948151_o

16880076_10154997939329664_1761022028_o
คนหรือแฮมสเตอร์

16832908_10154997939324664_712913156_o

16930725_10154997939294664_2020621791_o

รู้สึกเริ่มสนุกแล้ว มีไอเดียทำรายการอีกเยอะเลย อย่าลืมให้กำลังใจด้วยการกดไลค์ แชร์ และคอมเม้นท์ด้วยนะคะ และแน่นอนว่าอาบันยินดีแลกเปลี่ยนความเห็นและความรู้ ใครมีข้อมูลอะไรมาแชร์ ก็อย่ามัวรอรี พิมพ์มาคุยกันเลยค่า

XOXO

Ahbun

FB: AhbunBkk กดไลค์เพื่อติดตามตอนใหม่ๆได้เลยค่ะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s